TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Billionaire Biker” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
อ่าน
เปิดตัว E-bike สุดแปลกจากแคนาดา วิ่งไกลกว่า 200 กม. ด้วยการชาร์จรอบเดียว
อิเล็กตรอม (Electrom) บริษัทจากแคนาดา เปิดตัวจักรยานไฟฟ้าที่เคลมว่าสามารถใช้เดินทางไกลได้สูงสุด 200 กิโลเมตร ด้วยรูปทรงที่คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์แบบ 3 ล้อเรียกว่าเวโลโมบิล (Velomobile) ซึ่งโดดเด่นที่กระจกบังลมปกคลุมทั้งร่างกายคนขับจนถึงลำตัวช่วงบน และยังมาพร้อมส่วนหุ้มขาด้านหน้าด้วย ข้อมูล E-bike สุดแปลกจากแคนาดาElectrom มีความยาว 2.77 เมตร ฐานล้อยาว 2.13 เมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของรถคือช่วงแฮนด์จับที่กว้าง 66 เซนติเมตร น้ำหนักสูงสุด 70 กิโลกรัม เมื่อติดตั้งแบตเตอรี่สำหรับจ่ายไฟ 2 ลูก ขึ้นโครงด้วยตัดดัดทรงเป็นเนื้อเดียว หรือที่เรียกว่าโมโนค็อก (Monocoque) เพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่วนตัวถังขึ้นรูปด้วยคาร์บอนแบบโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)ตัวรถมี 2 โมเดลย่อย ซึ่งในรุ่นท็อปสุด หรือรุ่นดีลักซ์ จะได้มอเตอร์คู่หน้าแรงบิด 43 นิวตันเมตร (Nm) กับมอเตอร์คู่หลังแรงบิด 100 นิวตันเมตร แต่ไม่ได้บอกว่าแรงบิดรวมเป็นเท่าใด ทำความเร็วสูงสุด 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 22.4 แอมป์ชั่วโมง (Ah) 2 ตัว วิ่งได้ระยะทางไกลสุด 200 กิโลเมตรต่อรอบการชาร์จตัวรถใช้ระบบเกียร์แบบเดียวกับจักรยานทั่วไป พร้อมโซ่และที่ปั่นจักรยานในตำแหน่งปลายเท้า เบาะนั่งขึ้นโครงจากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเหมาะกับคนที่มีความสูงระหว่าง 152 - 198 เซนติเมตร และกล่องเก็บของด้านท้าย (Tailbox) ที่มีขนาด 100 ลิตร หรือจะเพิ่มเป็นกล่องใหญ่ขึ้นได้เป็นออปชันเสริม ตัวเลือกและราคา E-bike สุดแปลกจากแคนาดาElectrom ยังมีตัวเลือกสีตัวถังให้เลือกหลายเฉดสี เนื่องจากเป็นการหุ้มเคลือบ (Wrap) ด้วยฟิล์มไวนิล จึงสะดวกในการเปลี่ยนสีภายหลังหากต้องการ โดยเปิดให้สั่งทำแล้วในราคาเริ่มต้น 9,890 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 323,000 บาทและรุ่นท็อปสุดจะผลิตในแคนาดาเท่านั้น จึงมีราคาขายที่ 15,500 ดอลลาร์แคนาดา หรือ 370,000 บาท ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทั่วโลก แต่รุ่นท็อปสุดจะมีราคาขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในช่วงที่สั่งซื้อ
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
รีวิว billionaires' bunker ติดในบังเกอร์วันสิ้นโลก
✨มาเปิดประตูสู่บังเกอร์สุดลึกลับกับซีรีส์ Billionaires’ Bunker จากทีมผู้สร้าง Money Heist เรื่องราวระทึกขวัญที่ไม่ได้ทดสอบแค่การเอาชีวิตรอดจากภัยนิวเคลียร์ แต่ยังเปิดโปงด้านมืดของมนุษย์เมื่อถูกขังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ปมครอบครัว ความลับ และการหักหลังคือเชื้อเพลิงที่จะทำให้คุณดูไปลุ้นไปแบบหายใจไม่ทั่วท้อง! เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ Netflix เพื่อชมรายละเอียดซีรีส์และเบื้องหลังการถ่ายทำได้แล้ววันนี้ ส่วนใครที่ยังอยากอ่านรีวิวก่อน สามารถเลื่อนลงไดเลยค่ะ! รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ Billionaires’ Bunker https://www.instagram.com/p/DOGxWMBCNYg/ โลกกำลังเผชิญวิกฤตสงครามนิวเคลียร์ มหาเศรษฐีหลายครอบครัวจึงตัดสินใจหลบภัยใน Kimera Underground Park บังเกอร์หรูหราที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับวันสิ้นโลก ทว่าภายในพื้นที่ปิดตายนี้กลับไม่ใช่ที่ปลอดภัยอย่างที่คิด ความลับและปมขัดแย้งในอดีตระหว่างสองตระกูลค่อย ๆ ปะทุขึ้น ขณะที่ทุกคนต้องใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้กฎเกณฑ์เข้มงวดและการตรวจสอบตลอดเวลา โดยมี แม็กซ์ ชายหนุ่มที่เพิ่งพ้นโทษคุมขังจากอุบัติเหตุร้ายแรง เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในเกมแห่งอำนาจและความไว้เนื้อเชื่อใจ เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง “ภัยพิบัติจริง” และ “แผนการลวง” เริ่มพร่าเลือน ผู้อยู่อาศัยในบังเกอร์จึงต้องตั้งคำถามว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าภายนอก คือโลกกำลังจะล่มสลายจริงๆหรือแท้จริงแล้วศัตรูอยู่ข้างใน นักแสดง billionaires' bunker https://www.instagram.com/p/DOyIcsNiNsC/?img_index=1 MaxPau Simón ลูกชายของ Rafa ที่เพิ่งพ้นโทษคุก ถูกดึงเข้าสู่บังเกอร์โดยพ่อของเขา เพราะภัยนิวเคลียร์ใกล้เข้ามา Max ยังมีภาระใจเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในอดีตซึ่งเกี่ยวข้องกับครอบครัวของแฟนสาวเก่า https://www.instagram.com/p/DOytWNPDF9Z/?img_index=1 Asia Alícia Falcó น้องสาวของ Ane / ลูกสาวในครอบครัวของ Guillermo คนที่ Max มีความสัมพันธ์และรู้จักกันมา เรื่องในอดีตทำให้ Asia มีความขัดแย้งกับ Max ทั้งเรื่องความไว้ใจและความรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีวิว billionaires' bunker https://www.instagram.com/p/DOtqlO-k48J/?img_index=1 ซีรีส์ Billionaires’ Bunker เปิดเรื่องด้วยสมมติฐานชวนระทึก เมื่อโลกใกล้ล่มสลายเพราะภัยสงครามนิวเคลียร์ กลุ่มมหาเศรษฐีเลือกหนีไปซ่อนตัวในบังเกอร์หรูที่ชื่อ Kimera Underground Park แต่แทนที่จะได้ความปลอดภัย พวกเขากลับถูกขังอยู่ในพื้นที่ที่ความลับและบาดแผลในอดีตผุดขึ้นมาหลอกหลอน ความสนุกของเรื่องไม่ได้อยู่แค่การรอดชีวิตจากภัยภายนอก แต่คือการเอาตัวรอดจากความจริงที่ทุกคนพยายามปิดบัง และ การเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ที่แตกร้าวในบังเกอร์ สิ่งที่ทำให้เส้นเรื่องน่าติดตามคือการเล่าแบบผสมผสาน ระหว่างดราม่าครอบครัว ปมรักเก่าของตัวละครหลักอย่าง Max ที่ย้อนกลับมาทำลายความไว้ใจ การต่อสู้ระหว่างตระกูลที่มีอดีตฝังใจ และ บรรยากาศระทึกๆที่ทุกคนไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกเป็นภัยจริงหรือเป็นเพียงเกมลวงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมพวกเขา การเดินเรื่องค่อยๆคลายปริศนา เผยให้เห็นว่าศัตรูอาจไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่คือคนที่อยู่ร่วมบังเกอร์เดียวกันนี่เอง ทำให้ทุกตอนเต็มไปด้วยความกดดันและความสงสัยที่ผลักให้ผู้ชมอยากรู้คำตอบ เคมีนักแสดงใน Billionaires’ Bunker ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของซีรีส์ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ขายคู่พระนางแบบโรแมนติกตรงๆแต่ดึงเอาความสัมพันธ์เชิงดราม่ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ดังนั้น “เคมี” ที่เห็นคือการปะทะกันทางอารมณ์ระหว่างนักแสดงมากกว่า ซึ่งทำออกมาได้เข้มข้นและชวนเชื่อ Pau Simón กับ Alícia Falcó (Asia) สร้างบรรยากาศค้างคาใจในฐานะคนที่เคยมีความรู้สึกผูกพันแต่กลับถูกทิ้งร่องรอยเจ็บปวดเอาไว้ จนกลายเป็นเคมีแบบ “ไม่อาจไว้ใจกัน แต่ก็ไม่สามารถละสายตาได้ โดยรวม นักแสดงเล่นรับส่งกันด้วยพลังทางอารมณ์ที่หนักแน่นมาก เคมีที่ออกมาไม่ใช่แบบหวานๆแต่เป็นเคมีของ “แรงกดดันและความจริงที่ไม่มีใครอยากพูด” ซึ่งทำให้ซีรีส์มีบรรยากาศอึมครึม น่าติดตาม และ ทุกการปะทะกันทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในบังเกอร์กับพวกเขาจริงๆ ความประทับใจของ Billionaires’ Bunker คือการที่ซีรีส์ไม่ได้เล่าเรื่องโลกใกล้แตกแบบสูตรสำเร็จที่เราคุ้นเคย แต่ใช้ “บังเกอร์” เป็นเวทีจำกัดพื้นที่ แล้วบีบให้คนดูจ้องมองความเปราะบางของมนุษย์แทนที่จะเน้นฉากภัยพิบัติใหญ่โต สิ่งที่ดูน่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ แต่คือความลับ ความผิดพลาด และความสัมพันธ์ที่แตกสลายของคนที่ถูกบังคับให้อยู่ร่วมกัน ตัวบทให้บรรยากาศกดดันตลอดเวลา ทุกครั้งที่ตัวละครเจอกันจะเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน ทั้งสายตาที่ไม่ไว้ใจ คำพูดที่บาดลึก และ การกระทำที่สะท้อนความเห็นแก่ตัวเพื่อเอาตัวรอด นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์เหล่านี้ได้อย่างสมจริง ทำให้คนดูอินเหมือนถูกกักอยู่ในบังเกอร์ไปพร้อมกับพวกเขา โดยรวม ซีรีส์เรื่องนี้ประทับใจตรงที่มันไม่ได้ขายความอลังการ แต่ดึงเอาดราม่า ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และบรรยากาศอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องมาสร้างความเข้มข้น ทำให้ดูแล้วไม่เพียงแต่ลุ้นเอาตัวรอด แต่ยังได้ขบคิดว่ามนุษย์จริงๆแล้วน่ากลัวกว่าภัยพิบัติภายนอกอีก Billionaires’ Bunker เป็นซีรีส์ที่ไม่เพียงแต่ชวนลุ้นเอาตัวรอดจากหายนะ แต่ยังขุดลึกไปถึงด้านมืดของมนุษย์ในสถานการณ์บีบคั้น หากคุณชอบซีรีส์ดราม่าระทึกขวัญที่เต็มไปด้วยปมครอบครัว ความลับ และการหักหลัง เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยครับ สามารถดูได้แล้วที่ Netflix ขอขอบคุณ aliffalco,pau.simon,netflixes ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
หนอน • 22 ก.ย. 68
อ่าน
ถอดบทเรียน: The Millionaire Fastlane หนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี
คุณเชื่อไหมคะว่าคนหนุ่มสาวสามารถเป็นเศรษฐีได้แล้ว ไม่ต้องรอให้เกษียณหรือรวยยามแก่ แต่สามารถเป็นได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ซึ่งนี่คือความเชื่อของหนังสือเรื่อง เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี แค่ชื่อเรื่องก็ฟังดูน่าสนใจมาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ เราไปถอดบทเรียนของหนังสือเล่มนี้กันค่ะ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบางส่วนก็มาจากมุมมองความคิดเห็นของเราที่มีต่อเรื่องราวหนังสือเล่มนี้ อาจจะถูกหรือไม่ถูกบ้าง แต่ใด ๆ คือ ได้บทเรียนจากหนังสือเล่มนี้แน่นอนที่เราสะท้อนผ่านมุมมองผู้อ่านในแบบเราเองค่ะ ข้อมูลหนังสือชื่อเรื่อง : The Millionaire Fastlane หนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐีผู้เขียน : MJ DeMarco*ปกหน้า-หลัง สารบัญ หนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐีมีความหนามากถึง 500 กว่าหน้า ซึ่งแน่นอนว่าทางผู้เขียนจะต้องแบ่งเนื้อหา เรื่องราวย่อย ๆ แตกเป็นบท ๆ ซึ่งสำหรับเล่มนี้มีการแบ่งเนื้อหาหัวข้อใหญ่ ๆ ออกเป็น 8 ภาค แต่ละแบ่งจะถูกแบ่งออกเป็นบทย่อย ๆ อีกทีนึง รวมทั้งสิ้น 45 บท ซึ่งจำนวนบทในแต่ละภาคนั้นจะมีไม่เท่ากัน ถอดบทเรียนหนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี หนังสือเปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี เป็นหนังสือที่หยิบยกแนวคิด ความเชื่อ ทัศนคติ และถ่ายทอดมุมมองของผู้เขียนออกมาเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงประสบการณ์เรื่องราวของผู้เขียนที่ได้พบเจอ รวมถึงแนวทางการเข้าสู่ความมั่งคั่ง ซึ่งแนวคิดที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้ คือเส้นทางการเดินในแต่ละเลนที่จะนำไปซึ่งจุดหมายหรือผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 เลน เราขอรีวิวสรุปแต่ละเลน ดังนี้ทางเท้า - หนทางสู่ความยากจน แน่นอนว่าหนทางสู่ทางเท้าความยากจนนี้ทำได้ไม่ยากเลย เพราะคนส่วนใหญ่มักเดินเส้นทางนี้ ลองสำรวจตัวเองไปพร้อม ๆ กับเรากันนะคะว่าคุณเป็นคนที่มีลักษณะเบื้องต้นเช่นนี้หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคุณเลือกเดินบนทางเท้าแล้วล่ะ✅ ไม่วางแผนการเงิน✅ กู้เงินเพื่อซื้อของที่อยากได้ อยากมี✅ ครอบครองทุกอย่างให้มากที่สุด✅ ไม่มีจุดหมายปลายทาง ใช้ชีวิตเพื่อวันนี้ ไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้ จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายข้อเลยล่ะค่ะที่เกี่ยวกับเส้นทางเท้าสู่ความยากจน ซึ่งหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่เสนอเป็นมุมมอง และทัศนคติเกี่ยวกับเส้นทางนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเดินบนทางเท้าที่แสนยากลำบากนี้ แรก ๆ ดูเหมือนจะสบาย แต่อนาคตคุณลำบากแน่นอนค่ะหากเลือกเส้นทางนี้ ซึ่งกับดักของเส้นทางนี้ก็ง่าย ๆ เลยค่ะ คุณแค่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินเกินตัว ไม่มีเงินออม ก็เข้าสู่ทางเท้าได้ง่าย ๆ ทางที่ดีที่จะหลบหนีมันคือการเริ่มต้นการวางแผนการเงินก่อนค่ะ เพราะสิ่งนี้จะเป็นกับดักของคนไม่วางแผนการเงิน!! เลนช้า - หนทางสู่ฐานะปานกลาง หลายคนน่าจะเข้าใจเลนช้าเป็นอย่างดี ใจความสำคัญของเลนช้านี้ คือ การเสียสละวันนี้เพื่อความหวังและอิสระในวันข้างหน้า แต่!! ต้องรอไปอีกประมาณ 50 ปีนะคะ นี่แหละคือเลนช้า แต่สำหรับคนที่ไม่รีบร้อนอะไร หวังรวยตอนแก่ เลนช้านี้ก็เปิดทางให้คุณแล้วค่ะ ซึ่งเราคิดว่ามันก็ไม่ได้ผิดหรอกนะคะหากคุณจะเลือกเดินเส้นทางนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนและหวังจะสบายในวันหน้าตอนเกษียณในวัย 60 ปี ขณะเดียวกันเราก็คิดว่าคุณก็สามารถเดินเลนช้าไปพร้อม ๆ กับเลนด่วนได้เช่นกัน แต่คุณก็อย่าลืมคิดทบทวนดูอีกทีนะคะว่าคุณจะอยู่ถึงวันนั้นไหม อาจฟังดูโหดร้ายแต่มันคือความจริงค่ะ เราไม่รู้เลยว่าอิสรภาพหรือความหวังที่เราฝันถึง เรายังจะรอจนถึงวันนั้นหรือไม่ และหากอ่านเนื้อหาจากบทนี้บอกเลยว่าผู้เขียนไม่ปราณีคุณแม้แต่น้อยที่เขาหยิบยกความจริงที่ว่าคุณต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของคุณเพื่อแลกกับความมั่งคั่งในบั้นปลายอันน้อยนิด เรามาดูกันค่ะว่าทัศนคติของคุณอยู่บนเลนช้าหรือไม่✅ เวลามีเหลือเฟือ คุณยินดีที่จะแลกเวลากับเงินที่มากขึ้น ยิ่งทำงานได้นานขึ้นเท่าไร สามารถจ่ายหนี้และออมเงินเกษียณตอนวัยชราได้✅ ทำงาน อดออม ลงทุน ซ้ำเป็นเวลา 40 ปี✅ เงินทองหายาก ทำงบประมาณและออมไว้ จนเกษียณวัยชรา✅ ใช้ชีวิตมัธยัสถ์ เลิกฝันใหญ่ ออมเงิน อย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เลนด่วน - หนทางสู่ความมั่งคั่ง สำหรับเลนด่วนที่ว่านี้ ถามว่าด่วนแค่ไหน ผู้เขียนกำหนดระยะเวลาว่าแค่ 10 ปีหรืออาจน้อยกว่านั้นที่จะก้าวสู่ความมั่งคั่งที่คุณไม่ต้องวิ่งวุ่นกับการทำงานในเช้าวันจันทร์ หรือหาเช้ากินค่ำอีกต่อไป โดยเลนด่วนคือ แผนธุรกิจและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ถูกกำหนดโดยพลังทวีไร้ขีดจำกัดที่บริหารจัดการได้ ซึ่งคำจำกัดความข้างต้นที่ผู้เขียนให้ความหมายนั้นถ้าสังเกตดี ๆ การเข้ามาเลนด่วนนี้ไม่ง่ายเลยคุณต้องทุ่มเทแรงกายของคุณทั้งหมดเหมือนพลังที่ทวีคูณเพื่อนำคุณไปสู่เลนด่วนของความมั่งคั่งในที่สุด เราจะมาเปิดเผยองค์ประกอบ 4 อย่างที่สำคัญสู่เลนด่วนกันค่ะ นั่นคือพลังทวีไร้ขีดจำกัดที่บริหารจัดการได้: แน่นอนว่าเลนด่วนไม่มีตัวการอย่างการไม่มีเวลามาขัดขวางในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ธุรกิจ: การเป็นนายตัวเองเป็นตัวอย่างหนึ่งของเลนด่วนรูปแบบการใช้ชีวิต: เลนด่วน เป็นการเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผสมผสานกระบวนการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหนการสร้างความมั่งคงอย่างรวดเร็ว: แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ เพราะผู้เขียนบอกว่าเขาเคยต้องทำงาน 12-16 ชั่วโมง/วัน เราเผยเคล็ดลับของเลนด่วนมาคร่าว ๆ แล้วเราคิดว่าคุณก็น่าจะพอรู้คำตอบแล้วล่ะ เพราะเลนด่วนนี้มีองค์ประกอบแค่ 4 อย่างเท่านั้น นอกนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าคุณพร้อมที่จะใช้พลังทวีที่ไร้ขีดจำกัดของคุณเพื่อก้าวไปสู่เลนด่วนของความมั่งคั่งแล้วหรือยัง!! ประโยชน์ที่ได้รับ ถามว่าหนังสือเล่มนี้ให้ความรวยกับเราเลยมั้ย บอกเลยว่ายังค่ะ ถ้าเราไม่ได้ลงมือทำ แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้หรือประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ล่ะก็ บอกเลยว่าได้แน่นอนค่ะเป็นหนังสือที่มอบแนวคิดสู่เส้นทางความมั่งคั่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้เขียนจะเล่าถึงแนวคิด และมุมมองของตนเองเป็นหลักค่ะ แต่ความคิดของเขานั้นก็เป็นกุญแจสำคัญสู่เส้นทางของความมั่งคั่งนี่แหละค่ะเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง แน่นอนว่าเป็นหนังสือที่ต้องแฝงเคล็ดลับความรวยอยู่เหมือนกันนะคะ ใครที่อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรก็สามารถไปหาซื้อมาได้กันได้นะคะ เรื่องราวของมหาเศรษฐีท่านหนึ่ง จะบอกว่ามีความคล้ายชีวประวัติของผู้เขียนอยู่เหมือนกันนะคะ ที่แฝงข้อคิด และเส้นทางชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ คุณผู้อ่านอยากเลือกเดินบนเส้นทางไหนไม่ได้มีผิด มีถูกเลยค่ะ คุณสามารถเลือกได้ตามไลฟสไตล์ที่คุณต้องการ เราเพียงแต่ถอดบทเรียนที่สำคัญ ๆ ของหนังสือเล่มนี้ออกมา บางอย่างเราเองก็ไม่ได้เห็นด้วยไปเสียหมดหรอกค่ะ แต่ก็ยอมรับว่าผู้เขียนหนังสืออย่างคุณ MJ DeMarco เป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาก ๆ และเกษียณตัวเอง พร้อมก้าวเข้าสู่ความมั่งคั่งได้เร็วกว่าคนส่วนใหญ่ เราเองก็อยากเป็นแบบเขาบ้าง แต่บางทีก็รู้สึกล้า อยากพักบ้าง หรือปล่อยใจชิว ๆ นั่นอาจเรียกได้ว่าเป็นการผลักไสความมั่งคั่งก็ได้นะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าชีวิตเราอยากจะเลือกเลนช้าบ้าง ก็ไม่เป็นไร หรือกลับมาเปลี่ยนเลนด่วนบ้าง ก็อย่าเครียดไปกับมันมากนะคะ การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่เราก็อย่าลืมว่าระหว่างทางนั้นก็มีความหมายไม่แพ้กันเลย #ถอดบทเรียน #TheMillionaireFastlane #หนังสือ #เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี📌 เครดิตภาพปก: ภาพแรก / Se-edภาพประกอบ: ภาพ1 / Se-ed : ภาพ2, ภาพ3, ภาพ4 และ ภาพ5 โดย Pixabay🔗 ช่องทางอื่น ๆ ในการติดตาม Butter_Noeyรวมลิงก์ช่องทางทั้งหมด: butter_noey📚 บทความอื่น ๆ ของ Butter_Noeyถอดบทเรียน: หนังสือ เล่นหุ้นออนไลน์ ไม่ยาก!!ถอดบทเรียน: หนังสือ “กาลครั้งหนึ่งสอนให้รู้ว่า…” ผลงานของนิ้วกลมแนะนำ: หนังสือชุดภาษาอังกฤษ SE-ED Young Readers อ่านง่าย ได้คำศัพท์ แถมสนุก!แนะนำหนังสือ: Magic Vocab จำศัพท์สอบ สำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย TOEFL, TOEIC, IELTS และ O-NET ให้ได้ใน 1 วันรีวิวหนังสือ The Power Of When พลังแห่ง “เมื่อไหร่”7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์
ButterNoey • 10 ส.ค. 66
อ่าน
"มาสุ–ตี๋" เคมีทะลุเลนส์ ชวนส่องภาพฟิตติ้ง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก"
ได้เวลาเปิดจักรวาลวายสุดอบอุ่น "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" ซีรีส์แนวโรแมนติก ดราม่า ฟีลกู๊ดเรื่องใหม่ที่แฟน ๆ ต้องจับตา ภายใต้การสร้างสรรค์ของผู้จัดไฟแรง "เอส ธรรปพล ขันไชย" จาก บริษัท S CLASS ENTERTAINMENT ผนึกกำลังกับ บริษัท P.S. PERFORMANCE โดยมี "เล็กน้อย ณณิญา พรหมเงิน" มารับบทบาทโปรดิวเซอร์และที่ปรึกษาโปรเจกต์ พร้อมได้ผู้กำกับฝีมือเฉียบ "กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์" มาควบคุมทิศทางความรักครั้งนี้ให้อบอวล "มาสุตี๋" ชวนส่องภาพฟิตติ้ง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD ประเดิมเปิดภาพฟิตติ้งสุดละมุน กับการโคจรมาพบกันครั้งแรกของ "มาสุ จรรยางค์ดีกุล" กับบท "นับหนึ่ง" จิตแพทย์หนุ่มอบอุ่น ลุคสะอาดตา สายตาอ่อนโยน ที่แค่ยิ้มก็เหมือนเยียวยาหัวใจ ขณะที่ "ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์" รับบท "สายลม" หนุ่มโลกส่วนตัวสูงที่มีปมฝังลึกในการถูกสัมผัสโดยผู้ชาย แต่แค่ช็อตหอมแก้มข้างจักรยานในวันฟิตติ้ง ก็ทำเอาแพ้เคมีเคใจแบบไม่รู้ตัว อีกคู่ก็แซ่บไม่แพ้กัน "อัส นิติธร อัครโชติโสภณ" รับบท "ตะวัน" อดีตกัปตันหนุ่มมาดเนี้ยบ ที่ต้องมาประชันบทบาทกับ "ต้า นันคุน ภัคภัทรพรพบ" รับบท "ดินดิน" หนุ่มยิ้มหวานสายขี้เล่น ที่เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบ one night แต่กลายเป็นเกมหัวใจที่ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร ส่วนสายดราม่าเข้มข้นต้องยกให้คู่ของ "แดนนี่ ลูเซียโน่" รับบท "สกาย" บาร์โฮสต์หนุ่มผู้หมดศรัทธาในความรัก ยิ้มให้โลกแต่ปิดใจตัวเอง จนกระทั่งได้เจอกับ "วิน ธนัท วณัฐพงศ์" รับบท "นาวา" หนุ่มบ้างานที่ตัดสินใจซื้อความรักเป็นครั้งแรก แต่มันจะกลายเป็นรักแท้ หรือรอยแผลเดิมที่ย้อนกลับมาซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากสีสัน อาทิ ใบตอง กัญวรา, หงส์ สุชาดา, เอ็มเจ เตชินท์, หนิงเฉิง ธีรตา, ซูม ปัญกร, มิกกี้ ณฐนน, ติน่า คริสติน่า ที่จะมาสร้างมิติให้ซีรีส์ครั้งนี้เข้มข้น ซีรีส์ "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" เล่าเรื่องราวของ 3 พี่น้อง นับหนึ่ง, ตะวัน และ สกาย ที่แม้จะไม่มีสายเลือดเชื่อมโยงกัน แต่กลับมีสายใยบาง ๆ ที่เหนียวแน่นไม่แพ้ครอบครัวจริง และเมื่อความรักเดินทางเข้ามาพร้อมกันหัวใจทั้งสามดวงจะยอมเปิดรับ หรือเลือกปั่นหนี ? เตรียมล็อกวันรอดูให้ดี เพราะรักครั้งนี้ไม่ได้เดินมาแต่มาแบบ "ปั่น" เต็มสปีด! ทางช่อง 3 กด 33 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "มาสุ-ตี๋" ประเดิมซีรีส์วายร่วมงานบวงสรวง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก"
ข่าวละคร • 22 มิ.ย. 68
อ่าน
กฟผ. ผุด ‘EGAT E-Bike’ หนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
วันนี้ (27 พ.ย.63) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ กฟผ. (EGAT E-Bike) จำนวน 51 คัน และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในหน่วยงานตามนโยบายของภาครัฐ ณ กฟผ. สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรีผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน กฟผ. มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำรถมินิบัสไฟฟ้า (EV Bus) จำนวน 11 คัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ กฟผ. 10 แห่ง มาใช้สำหรับรับส่งพนักงานและประชาชนที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่ กฟผ. เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. ทั้ง 23 สถานี การติดฉลากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 12,000 ดวง และล่าสุด กฟผ. ได้จัดทำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ กฟผ. หรือ EGAT E-Bike ผลักดันยกระดับประสิทธิภาพพลังงานภายใต้แคมเปญ “บิดเปลี่ยนโลก” โดยนำร่อง EGAT E-Bike จำนวน 51 คัน เพื่อใช้งานในกิจการเพื่อสังคมและกิจการของ กฟผ. ในพื้นที่ กฟผ. จำนวน 19 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ จำนวน 3 แห่ง ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี, โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีระบบ RFID Access ควบคุมบริหารจัดการอำนวยความสะดวกในการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับผู้ใช้งานสำหรับ EGAT E-Bike เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ขับขี่ได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง เพราะความเร็วสูงสุดของ EGAT E-Bike เป็นความเร็วที่เหมาะกับการวิ่งในเมืองไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คิดเป็นระยะทางมากกว่า 95 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ส่วนการชาร์จไฟฟ้า EGAT E-Bike นอกจากสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้แล้ว ยังรองรับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ซึ่งผู้ใช้สามารถถอดแบตเตอรี่สับเปลี่ยนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการรอชาร์จไฟ อีกทั้งการใช้ไฟฟ้าแทนน้ำมันคิดเป็นต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพียง 13 สตางค์ต่อกิโลเมตรทั้งนี้ คาดว่าการส่งเสริมการใช้ EGAT E-Bike ภายในองค์กรของ กฟผ. จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 37 ตันต่อปี และลดฝุ่นประมาณ 838,000 มิลลิกรัมต่อปี โดยตั้งเป้าขยายผลสู่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่อำเภอบางกรวยภายใต้โครงการ Bangkruai Green Community ภายในปี 2564 รองรับกลยุทธ์ Air theme ในการดูแลคุณภาพอากาศ รวมถึงการพัฒนา EGAT E-Bike ในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ร่วมมือกับสถานศึกษาและผู้ประกอบการพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรมการซ่อมบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศและเดินหน้าสู่พลังงานสีเขียวอย่างยั่งยืนเกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNThailand.comfacebook :TNNThailandfacebook live :TNN Livetwitter :@TNNThailandLine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNThailandInstagram :@tnn_onlineTIKTOK :@tnnonline
TNN ช่อง16 • 27 พ.ย. 63
อ่าน
รีวิวหนังสือ Forbes Billionaires ไอดอลนักล่าฝัน เศรษฐีพันล้าน
อยากรวยเป็นเศรษฐีพันล้านไหม ???บอกเลยว่าอยาก และเป็นที่มาของการซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เผื่อจะมีปาฏิหารย์อ่านเสร็จปุ๋บ รวยพันล้านปั๋บ แฮะๆ ฝันซะฟินเล้ย แต่ต้องบอกว่าเล่มนี้อ่านสนุกทีเดียวครับเพราะเล่าถึงอัตชีวัติประวัติอย่างย่อๆ ของแต่ละคน ทำให้รู้ที่มาที่ไป ว่าแต่ละคนรวยกันมาได้ยังไง หนังสือ Forbes Billionaires ไอดอลนักล่าฝัน เศรษฐีพันล้าน เนื้อหาภายในเป็นการหยิบยกเอาเหล่าบรรดาเศรษฐีที่จัดอันดับโดย Forbes ในปี 2013 มาตีแผ่เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวโดยย่อ และความเป็นมาในการก่อร่างสร้างตัวจนกลายมาเป็นอภิมหาเศรษฐีกันในทุกวันนี้ จุดที่สำคัญ คือ แนวคิดที่เขามีว่ามันเป็นอย่างไร โดยผู้เขียนยกมาเล่าให้เราฟังกัน 39 คน แน่นอนมีบางคนที่คุ้นหูเราๆ เป็นอย่างดี เช่น บิลล์ เกตต์, วอร์เรน บัฟเฟตต์, มาร์ก ซัคเคอร์เบิรก์, จอร์จ โซรอส เป็นต้น และบางคนที่ชื่อไม่คุ้นหูเลย แต่เราก็รู้จักหรือได้ยินชื่อผลิตภัณฑ์เขาเป็นอย่างดี เช่น อามันซิโอ ออร์เตก้า (เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า ZARA), แลร์รี่ เอลลิสัน (เจ้าของ Oracle), เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ (เจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton, Christian Dior, Prada เป็นต้น), โรบิน หลี่ (เจ้าของ BAIDU), เรนโซ รอสโซ (เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Diesel) เป็นต้นสำหรับเล่มนี้ Forbes Billionaires ไอดอลนักล่าฝัน เศรษฐีพันล้าน ผมชอบตรงที่ได้สัมผัสถึงหลักคิด เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จของแต่ละคน แง่คิดที่ได้ในเล่ม หลายคนสร้างตัวจากศูนย์ (ติดลบก็มีแยะ) …หลายคนเริ่มและทำแบบหมกหมุ่นจากสิ่งที่ตัวเองรัก … และอีกหลายคนไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ถึงแม้จะรวยเป็นมหาเศรษฐีแล้วก็ตาม … แง่มุมดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นสิ่งสะท้อนตัวตนของเราได้เหมือนกัน ไม่ใช่เราต้องทำให้เหมือนเขา แต่เป็นการปรับทัศนคติให้อยู่ในทางของคนที่ประสบความสำเร็จเค้าทำกัน เหมือนกับที่บทนำในหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่าการเรียนรู้แง่มุมความคิดของฮีโร่นักล่าฝันเหล่านี้จึงมีคุณค่าในฐานะเป็นบทเรียนและประสบการณ์ของผู้ประสบความสำเร็จ ที่ไม่ใช่บอกเพียงแค่ “รวยอย่างไร” แต่ยังบอกได้ถึง”คิดอย่างไร” ซึ่งจะทำให้เราได้เข้าใจถึง “วิธีการ” มากกว่าจะมองเห็นเพียงแค่ “ปลายทาง” ของความร่ำรวยนั้นอยากรวยแล้วต้องคิดให้เหมือนคนที่รวยด้วยนะครับ...ตามไปอ่านรีวิวหนังสือเล่มอื่นๆ ได้ที่ iYom BookViews เครดิตรูปทั้งหมดรูปที 1 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 2 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 3 (Photo by Austin Distel on Unsplash)รูปที่ 4 (รูปภาพโดยผู้เขียน)
NiYom • 12 พ.ค. 63
อ่าน
“มาสุ-ตี๋ ธนพล” นำทีมมอบความฟิน ปิดกล้อง “LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก”
มาสุ-ตี๋ ธนพล นำทีมมอบความฟิน ปิดกล้อง LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก ปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อย สำหรับซีรีส์วายแนวโรแมนติก-ดราม่า-ฟีลกู๊ด LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน และโมเมนต์ฟินๆ ที่ทั้งนักแสดงและทีมงานร่วมฉลองกันอย่างเต็มที่ โดยคิวสุดท้ายของการถ่ายทำที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความทรงจำดีๆ พร้อมฉลองปิดกล้องนำทีมความฟิน 3 คู่พระนาย เคมีแรงทะลุจอ มาสุ ธรรมจรรยางค์ดีกุล กับ ตี๋ ธนพล คู่ที่ละมุนหัวใจแต่ดึงดูดเกินต้าน, ต้า นันคุณ กับ อัส นิติธร ความแซ่บจัดเต็มทุกซีนไม่มีพัก แดนนี่ ลูเซียโน่ กับ วิน ธนัท ความน่ารักและเสน่ห์สุดละสายตา นอกจากนี้ยังมีนักแสดงมาเสริมทัพ ที่ช่วยเติมสีสันให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งขึ้น เหล่าบรรดาแฟนคลับก็ไม่พลาด จัดเต็มส่งรถฟู้ดซัพพอร์ตพร้อมข้อความน่ารักๆ มอบกำลังใจให้นักแสดงและทีมงาน ปิดท้ายด้วยบรรยากาศร้องเพลง ฉลอง และถ่ายภาพหมู่เก็บโมเมนต์ความทรงจำสุดพิเศษทัพแฟนคลับอดใจรออีกไม่นาน
ดาราเดลี่บันเทิง • 7 ต.ค. 68
อ่าน
"มาสุ-ตี๋" ประเดิมซีรีส์วายร่วมงานบวงสรวง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก"
เตรียมใจให้พร้อม เพราะครั้งนี้ "ความรัก" กำลังจะปั่นมาหาคุณ กับซีรีส์วายแนวโรแมนติก ดราม่า ฟีลกู๊ดเรื่องใหม่ "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" ผลงานล่าสุดจาก บริษัท S CLASS ENTERTAINMENT ร่วมกับ บริษัท P.S. PERFORMANCE ที่จัดพิธีบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดกล้อง ณ ลานพระพิฆเนศวร หน้าศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์ เรื่องนี้ถือเป็นการเปิดซิงซีรีส์วายครั้งแรกของพระเอกหนุ่ม "มาสุ จรรยางค์ดีกุล" ในบท "นับหนึ่ง" จิตแพทย์หนุ่มอบอุ่นละมุนขั้นสุด ละลายยิ่งกว่าเตาไมโครเวฟ ประกบคู่กับ "ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์" เจ้าพ่อซีรีส์วาย กับบท "สายลม" คนไข้หนุ่มที่กลัวการถูกสัมผัสจากผู้ชาย บอกเลยว่ายังไม่ทันเปิดกล้อง เคมีก็พุ่งแรงตั้งแต่งานบวงสรวง แฟนคลับถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ งานบวงสรวง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD การันตีคุณภาพโดยผู้จัดน้องใหม่ไฟแรง "เอส ธรรปพล ขันไชย" และ "เรวัตร พุ่มช่วย" ร่วมด้วยผู้กำกับมากฝีมือ "กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์" และ "เล็กน้อย ณณิญา พรหมเงิน" โปรดิวเซอร์และที่ปรึกษาโปรเจกต์ รับประกันว่าโลกของความรัก ความฝัน และแรงบันดาลใจในเรื่องนี้ จะทำให้ทุกตอนอบอุ่นหัวใจ คู่จิ้นไม่ได้มีแค่หนึ่ง แต่ยังขนทัพ "คู่จิ้น" อีก 2 คู่ "ต้า นันคุน ภัคภัทรพรพบ" กับ "อัส นิติธร อัครโชติโสภณ" และ "แดนนี่ ลูเซียโน่" กับ "วิน ธนัท วณัฐพงศ์" ซึ่งแต่ละคู่ก็มาพร้อมคาแรคเตอร์น่าหลงใหล เป็นเคมีใหม่ ๆ ที่แฟน ๆ ต้องจับตา พร้อมเสริมทัพด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ ใบตอง ด.ญ.กัญวรา พุ่มช่วย, เอ็มเจ เตชินท์ ปักษา, นาตาลี คิงส์, หนิงเฉิง ธีรตา สมใจประสงค์, โหวงเฮ้ง วัชรากร จันทร์ตรี, ซูม ปัญกร จันทศร, มิกกี้ ณฐนน ธนานนโชติกุล, ติน่า คริสติน่า ไฟล์ชมันน์, เอมี่ วอง บรรยากาศในงานบวงสรวงอบอวลไปด้วยพลังบวก แฟนคลับแห่มาให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น พร้อมขบวน Food Truck ที่จัดเต็มโดยเหล่าแฟน ๆ เสิร์ฟทั้งความอิ่มท้องและอิ่มใจแบบไม่มีกั๊ก และอีกหนึ่งโมเมนต์สุดประทับใจที่ทำเอาทั้งงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คือช่วงที่แฟนคลับรวมตัวกันจัดเซอร์ไพรส์วันเกิดย้อนหลังให้ "มาสุ" โดยมี "ตี๋ ธนพล" ถือเค้กก้อนโตเดินมามอบให้กลางงาน สร้างเสียงกรี๊ดสนั่นจากแฟน ๆ ที่ต่างพากันเก็บโมเมนต์หวานละมุนแบบเรียล ๆ ไว้เต็มกล้อง บอกเลยว่าเคมีดีไม่ใช่แค่ในซีรีส์ แต่ยังส่งตรงถึงชีวิตจริงจนแฟนคลับฟินกันถ้วนหน้า เตรียมล็อกวันรอชมให้ดี เพราะ "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" ไม่ได้มีแค่ความรักละมุนใจ แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของความฝัน แรงบันดาลใจ และพลังในการเยียวยาหัวใจ ผ่านทุกบท ทุกตอน ทางช่อง 3 กด 33
ข่าวละคร • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
รีวิวหนังสือ ผู้ส่งสารอันมั่งคั่ง (The Millionaire Messenger)
คุณเคยได้ยินคำนี้ไหม Infopreneurสำหรับผมรู้จักคำนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว โดย Infopreneur เกิดจากความเชื่อที่ว่า เราทุกคนล้วนมีเรื่องราวของชีวิตและคำบอกเล่าที่เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้นได้ ซื่งเรื่องเล่าและเรื่องราวของเราก็คือทักษะและประสบการณ์ที่เรามีอยู่ สามารถที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่นจึงกลายมาเป็นคำว่า (Information) ซึ่งเราสามารถนำสิ่งที่เรารู้มาสร้างเป็นธุรกิจ (Entrepreneur) เมื่อเรานำสิ่งที่เรารู้มาสร้างเป็นธุรกิจ จึงเรียกว่า อุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญ (Infopreneur) นั่นเอง ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะมาเปิดเผยหลักคิดและหลักการทำงานของ Infopreneurหนังสือ ผู้ส่งสารอันมั่งคั่ง (The Millionaire Messenger) เขียนโดย เบรนดอน เบอร์ชาร์ด ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งผู้เชี่ยวชาญและน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญ จริงๆ หนังสือเกี่ยวกับ Infopreneur นั้น ผมมีอยู่ 2 เล่มที่น่าสนใจ หนึ่งคือเล่มนี้ สองคือ The Four Hour Work Week ของ ทิม เฟอร์ริส ผมว่าหนังสือ 2 เล่มเป็นหนังสือเปิดโลกของ Infopreneur ทำให้อุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญในบ้านเราเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเห็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่ทั้งเขียนหนังสือขาย ทำคอร์สการศึกษา ออกมากันให้เต็มไปหมด (ลงเรียนกันไม่ถูกเลย)กลับมาที่เนื้อหาหนังสือเล่มนี้ ก็คือ การปลูกฝังแนวคิดที่ว่าเราทุกคนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญได้นะ ไม่ว่าเราจะรู้มาก รู้น้อยขอให้แค่รู้มากกว่าใครสักคนก็พอแล้ว หนังสือจึงเน้นเนื้อหาในการสร้างความเชื่อในอุตสาหกรรมดังกล่าว เพราะต้องบอกว่า ในช่วงที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ออกมา ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และถูกท้าทายจากสังคมว่ามันจะสามารถทำได้จริงหรอในส่วนสิ่งที่ผมชอบ คือ การบอกแนวคิดถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญให้เราได้อินไปกันมันมากเลยครับ คือ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใด แต่มันช่วยให้เรามองย้อนกลับมาตัวเองก่อนว่า เรามีทักษะหรือประสบการณ์อะไรซึ่งเป็นสิ่งที่เรามีอยู่จริง แล้วนำสิ่งที่เรามีนั้นมาช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับโอกาสในการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่นี้นั่นเองสำหรับหนังสือ ผู้ส่งสารอันมั่งคั่ง (The Millionaire Messenger) น่าจะเหมาะกับใครที่กำลังถามหาคุณค่าในตัวเอง เพราะมันสามารถใช้เป็นเช็คลิสได้เลยว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เด็ก คุณเคยเรียนรู้อะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ จะมากหรือจะน้อย ก็ไม่สำคัญเพราะสิ่งเหล่านี้ คือความรู้ทั้งสิ้น หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ได้ให้วิธีการหาเงินที่ชัดเจน แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้ก็คือ ไม้ขีดไฟแห่งความหวัง ที่มาจุดไฟใส่ตะเกียงที่มีน้ำมันอยู่แล้วในตัวเรา เพียงแต่เราไม่เคยรู้ (ไม่เห็น) ที่สำคัญตะเกียงไฟของเราเมื่อจุดติดแล้วก็ยังสามารถส่องไฟนำทางให้คนอื่นได้ด้วย ผมว่ามันสุดยอดเลยตามไปอ่านรีวิวหนังสือเล่มอื่นๆ ได้ที่ iYom BookViews เครดิตรูปทั้งหมดรูปที 1 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 2 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 3 (Photo by mentatdgt from Pexels)รูปที่ 4 (รูปภาพโดยผู้เขียน)
NiYom • 11 พ.ค. 63
อ่าน
Virgo หมวกกันน็อก e-bike ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
บริษัท เดอะบีม (The Beam) จากฝรั่งเศสสร้าง เวอร์โก (Virgo) หมวกกันน็อกสำหรับผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้า (e-Bike) ที่อ้างว่าเป็นหมวกกันน็อกที่ปลอดภัยที่สุดในโลก โดยผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงสำหรับการปกป้องศีรษะ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่ายแต่ประสิทธิภาพสูงคุณสมบัติทั่วไปของหมวกกันน็อก Virgoเวอร์โก เป็นหมวกกันน็อกที่คล้ายกับหมวกกันน็อกทรงเต็มใบที่นิยมใช้ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ แต่ว่ามีการตัดทอนส่วนบริเวณด้านข้างใบหูทั้ง 2 ด้าน ให้กลายเป็นแบบเปิดโล่ง ซึ่งส่งผลดีต่อการระบายอากาศ การรับเสียงรอบข้าง แต่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างการกันกระแทก มีน้ำหนักระหว่าง 600 - 650 กรัม ขึ้นอยู่กับขนาดหมวกกันน็อกเวอร์โก จะประกอบไปด้วยกระบังลมจากพลาสติกโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) แบบถอดได้ที่มีตัวเลือก 3 แบบ ประกอบด้วยแบบโปร่งใส แบบเข้ม และแบบสีน้ำเงินสะท้อนแสง พร้อมกับไฟแอลอีดี (LED) แบบติดแม่เหล็กด้านหลังหมวกที่สามารถถอดออกได้เช่นกันการจัดจำหน่ายหมวกกันน็อก Virgoทางบริษัท เดอะบีม เชื่อว่าหมวกกันน็อกตัวนี้จะตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้า เนื่องจากจักรยานไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นทำความเร็วขึ้นมากถึง 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมวกกันน็อกของจักรยานปกติอาจไม่ปกป้องศีรษะได้เพียงพอ แต่ในขณะเดียวกัน การใช้หมวกกันน็อกแบบเต็มใบสำหรับรถจักรยานยนต์ก็อาจใหญ่เทอะทะเกินลักษณะการใช้งานเวอร์โก เคลมว่าหมวกกันน็อนั้นมีความปลอดภัยสูง รองรับการใช้งานได้แม้แต่สำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป และจะดำเนินการขอใบรับรองความปลอดภัยอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยทางบริษัท วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,400 บาท ผ่านคิกสตาร์ตเตอร์ (Kickstarter)แพลตฟอร์มระดมทุนสินค้าและนวัตกรรมชื่อดังของสหรัฐอเมริกา โดยรองรับการจัดส่งมายังประเทศไทยแต่ต้องมีค่าจัดส่งและภาษีศุลกากรประเมินไว้ที่ประมาณ 16 ยูโรต่อใบ หรือประมาณ 600 บาทที่มาข้อมูล New Atlasที่มารูปภาพThe Beam
TNN ช่อง16 • 24 พ.ค. 66
อ่าน
แนวคิดจากหนังสือ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind)
หนังสือที่จะพาไขความลับวิธีคิดของคนรวย เพื่อให้นำมาใช้และปรับเปลี่ยน นำไปสู่การประสบความสำเร็จในอนาคต อีกทั้งยังจะได้เรียนรู้กลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้และเสริมความมั่งคั่ง ในเล่มยังมีตัวอย่างกรณีศึกษาอีกมากมายที่เกิดขึ้นจริง และการปรับเปลี่ยนวิธีคิดทางการเงินได้พลิกชีวิตของพวกเขาอย่างก้าวกระโดด ตัวของฮาร์ฟหรือผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เองก็เคยทำงานหนักมากแต่กลับไม่มีเงินใช้ ลงทุนทำธุรกิจแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เขาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จนได้พบและรับคำแนะนำจากเพื่อนของพ่อที่ร่ำรวยมากๆ เขาพูดกับฮาร์ฟว่า “ฮาร์ฟ ถ้าคุณยังทำได้ไม่ดีเท่าที่หวัง นั่นหมายความมีบางอย่างที่คุณยังไม่รู้” นี่คือประโยคที่ทำให้ฮาร์ฟฉุกคิดเพราะในตอนนั้นเขาเป็นวัยรุ่นวัยคะนองที่คิดว่าตัวเขาเองรู้ดีทุกเรื่องแล้ว ฮาร์ฟจึงอยากส่งต่อแนวคิดที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาสู่ผู้อ่านทุกคน และนี่คือแนวคิดในหนังสือเล่มนี้ที่ผู้เขียนชื่นชอบ “ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม คุณก็ต้องเต็มใจปล่อยวางวิธีคิดและการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ แล้วนำวิธีคิดแบบใหม่เข้ามาสู่ชีวิต”การจะเริ่มต้นทำสิ่งต่างๆ เราต้องเป็นแก้วน้ำที่ว่างเปล่าก่อนจึงจะเรียนรู้ได้เต็มที่ และทำให้ชีวิตเราได้ค้นพบและเข้าใจสิ่งใหม่มากขึ้น มีลู่ทางต่างๆมากขึ้น โอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จก็มากขึ้นตามไปด้วย ตัวผู้เขียนเองก็เคยมีชีวิตที่ติดอยู่ในวังวน ทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันเหมือนเดิมทุกวันเพราะไม่กล้าออกจากเซฟโซน แต่เมื่อได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ลองก้าวออกมาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จึงทำให้ตัวเองได้รู้ว่าการกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ดี ทำให้หลายๆเรื่องในชีวิตดีขึ้นและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน “แค่การอยู่ถูกที่ถูกเวลามันไม่พอหรอก คุณต้องเป็นคนที่เหมาะสมกับเวลาและสถานที่เหล่านั้นด้วย”เปรียบเปรยได้กับช่างไม้กับเครื่องมือ การมีเครื่องมือที่คุณภาพดีเยี่ยมเป็นสิ่งที่ดี แต่ช่างไม้ก็ต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างช่ำชองด้วย เหมือนกับการที่คนเราอาจมีเงินก้อนใหญ่ในสถานะที่ยังไม่พร้อม เงินนั้นอาจอยู่ได้ไม่นาน และอาจสูญเสียมันไปด้วย ในกรณีของผู้เขียน เคยมีคนรู้จักที่ถูกหวยหลักหมื่นหรือหลักแสน แต่ไม่นานนักเงินนั้นก็หมดไป โดยไม่มีการนำไปต่อยอดหรือลงทุน น่าเสียดายที่เขาได้มีโอกาสรับเครื่องมือมาแต่ไม่สามารถจัดการเครื่องมือนั้นได้ จึงทำให้เครื่องมือนั้นสูญสลายไป “รากก่อให้เกิดผล” สิ่งที่มองไม่เห็นสร้างสิ่งที่มองเห็น หากเปรียบกับต้นไม้ต้นหนึ่ง คนเรามักโฟกัสกับผลลัพธ์(ผล) แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้เกิดผลนั่นคือราก เราเปลี่ยนผลที่อยู่บนต้นแล้วไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงอนาคตของผลได้จากการเปลี่ยนรากไม้ในดินได้ เคยสังเกตไหมว่าเมื่อเราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากๆ บ่อยครั้งเรามักไม่ค่อยพอใจและยังทำให้เกิดความเครียด ความกดดันตามมา จนลืมไปว่าสิ่งที่จะแก้ไขผลลัพธ์ได้คือ “กระบวนการ” เพราะเมื่อเรามีการดำเนินการที่ดี สุดท้ายแล้วก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย “สิ่งที่คุณให้ความสำคัญจะยิ่งเพิ่มขยายผล” เมื่อคุณบ่นแปลว่าคุณกำลังให้ความสนใจกับเรื่องร้ายๆที่พบเจอในชีวิต ทำให้กำลังเสียพลังงานและเวลาไปกับความคิดลบๆ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะดึงดูดเรื่องดีๆหรือสิ่งลบๆเข้ามาในชีวิต แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนแปลงตัวของผู้เขียนมากที่สุด เพราะเมื่อได้อ่านแล้วผู้เขียนก็นึกขึ้นได้ว่า วันที่เราเจอเรื่องไม่ดีตั้งแต่เริ่มต้นวัน เราก็จะขุ่นมัวใจและเอาแต่โทษว่าวันนี้เป็นวันที่แย่เพราะเราเอาแต่โฟกัสเรื่องแย่ๆ ผู้เขียนจึงเปลี่ยนมุมมองใหม่ และเมื่อเจอเรื่องที่ไม่เป็นดังใจ ก็ปล่อยผ่านไปได้ง่ายขึ้น โฟกัสกับสิ่งดีๆมากขึ้น และสุดท้ายก็พบว่าชีวิตมีพลังบวกมากขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้คนและสถานการณ์ดีๆเข้ามามากขึ้นตาม “ลงสนามซะ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าประตูบานไหนจะเปิดรับคุณบ้าง”บางครั้งคุณอาจจะอ่านหนังสือหรือศึกษาหาความรู้มากมาย แต่ไม่เคยได้หาโอกาสในการลงมือทำ ดังนั้นชีวิตจึงไม่มีผลลัพธ์ใดๆเลย คุณควรลงแข่งด้วยทุกสิ่งเท่าที่คุณมี ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนก็ตาม เพราะการลงมือทำดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย ผู้เขียนเองเมื่อจะทำสิ่งใดก็ตาม มักจะรอคอยให้สิ่งนั้นสิ่งนี้พร้อมก่อนและไม่ได้ลงมือทำสักที แนวคิดนี้ทำให้ได้ตระหนักว่า ลงมือทำซะเถอะ ไม่มีสิ่งใดพร้อม100%หรอก เมื่อผู้เขียนได้เริ่มต้นทำบางอย่างก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เรียนรู้ได้ดีที่สุดคือการลงมือทำ เพราะชีวิตมักมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอและเมื่อเราผ่านไปได้เราก็จะได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ “พัฒนาตัวเองให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทุกๆปัญหา”หากเอาแต่หลีกเลี่ยง ปัด หรือหันหลังให้กับปัญหาอยู่เสมอ สุดท้ายแล้วพรุ่งนี้ก็จะกลายเป็นวันนี้ ถ้าคุณไม่จัดการกับปัญหาของวันนี้ คุณก็ยังต้องบ่นเรื่องเดิมในวันถัดๆไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น และหากคุณแก้ปัญหาระดับ10ได้และอยู่ในระดับ10 ปัญหาระดับ 7 ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคุณถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือกับปัญหาและเอาชนะอุปสรรคทุกประการ จะมีอะไรที่หยุดยั้งคุณจากความสำเร็จได้อีก? “จำนวนเงินไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เป็นนิสัย”ฮาร์ฟบอกเล่าเรื่องราวของเอ็มม่า ผู้เข้าร่วมสัมนาคนหนึ่งซึ่งถูกแนะนำให้นำเงินแบ่งไว้ในบัญชีต่างๆ ตอนแรกเธอคิดว่าไม่มีเงินทำแบบนั้นหรอก แต่เธอก็ลองแบ่งเงินหนึ่งดอลลาร์ต่อเดือนไปไว้ในบัญชีต่างๆเหล่านั้น และแบ่งเงินสิบเซ็นต์มาใส่ในบัญชีอิสรภาพทางการเงิน สุดท้ายเอ็มม่าสินใจเก็บเงินเป็นสองเท่าในทุกเดือน จนในเดือนสิบสองก็ได้ฝากไป 2,048 ดอลลาร์ ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่าการที่เราเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอได้สำเร็จเราก็จะมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นรางวัลแก่ความมีวินัยของตัวเรา “ยิ่งคุณเรียนรู้มากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะหาเงินได้มากขึ้นเท่านั้น และเก็บสะสมเงินได้มากขึ้นด้วย”อย่างไรก็ตาม คนเราควรเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แน่นอนว่าเมื่อศึกษาเรียนรู้แล้วก็ต้องลงมือทำด้วย หากมีช่องทางในการรับเงินเพียงช่องทางเดียวเราก็จะมีรายรับทางเดียว แต่หากลองหาช่องทางทำสิ่งต่างๆมากขึ้นก็จะทำให้รายรับมากขึ้นตาม และขอย้ำเสมอว่าเงินคือสิ่งสำคัญ เงินขับเคลื่อนสิ่งต่างๆในชีวิตเรา ทั้งหมดคือแนวคิดส่วนหนึ่งในหนังสือถอดรหัสลับสมองเงินล้าน ทุกแนวคิดที่กล่าวมาตัวผู้เขียนเองได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันแล้วพบว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ไม่ใช่แค่ด้านของการเงิน เพราะนิสัยหรือความมีวินัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเชื่อมโยงกับนิสัยด้านอื่นๆตามไปด้วย ในหนังสือเล่มนี้บางแนวคิดสามารถสังเกตในชีวิตประจำวันได้แต่เรากลับมองข้าม และบางอย่างแค่ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกับชีวิตอย่างมหาศาล เมื่อได้รับแนวคิดดีๆเหล่านี้เพิ่มเติมในชีวิตแล้ว จากนี้เรามาสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและมาสู้เพื่ออิสรภาพทางการเงินไปด้วยกันนะคะภาพและปกโดย : ผู้เขียนตกแต่งจาก canva.comเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !
E • 29 ก.ย. 66
อ่าน
"มาสุ-ตี๋" เดินหน้าถ่ายซีรีส์ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" เสิร์ฟโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ
ได้ฤกษ์เดินเครื่องถ่ายทำวันแรกอย่างเป็นทางการ สำหรับซีรีส์วายโรแมนติกดราม่าฟีลกู๊ดเรื่อง "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" โดยผู้จัดน้องใหม่ไฟแรง "เอส ธรรปพล ขันไชย" จากค่าย S CLASS ENTERTAINMENT ที่ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวของความรัก การเติบโต และแรงบันดาลใจ "มาสุ-ตี๋" เดินหน้าถ่ายซีรีส์ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD บรรยากาศวันเปิดกล้องเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังบวกโดยมีสองนักแสดงนำ "มาสุ จรรยางค์ดีกุล" และ "ตี๋ ธนพล" ที่มารับบท "นับหนึ่ง" และ "สายลม" คู่พระนายที่แค่ประสานสายตากันในเทคแรก ก็ทำเอาทั้งกองถ่ายเหมือนโดนคลื่นเคมีซัดเข้าเต็มเปา บอกเลยว่าแค่เริ่มก็พร้อมตกหลุมรักไม่รู้ตัว เพราะความรู้สึกชวนอินจนหยุดยิ้มไม่ได้ พร้อมด้วยนักแสดงมากฝีมือ อัส นิติธร, แดนนี่ ลูเซียโน่, หงส์ สุชาดา, ใบตอง กัญวรา, ติช่า คริสติน่า "มาสุ" เผยความรู้สึกว่า "ผมดีใจมากครับที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ เพราะมันเล่าเรื่องความรักได้อย่างจริงใจ ทุกตัวละครมีที่มา มีความเจ็บ มีสิ่งที่ต้องก้าวข้าม ผมรู้สึกว่าตัวเองได้เติบโตไปพร้อมกับนับหนึ่งจริง ๆ ครับ" ขณะที่ "ตี๋ ธนพล" เล่าด้วยรอยยิ้มว่า "ตื่นเต้นมากครับที่ได้เริ่มต้นกับซีรีส์เรื่องนี้ วันแรกของการถ่ายทำอบอุ่นมาก โดยเฉพาะพี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน ที่คอยกำกับอย่างเข้าใจ และพี่มาสุก็เป็นพาร์ตเนอร์ที่ส่งพลังดี ๆ ให้ผมในทุกซีนเลยครับ ผมตั้งใจมาก อยากให้ทุกคนได้ดูจริง ๆ" ด้านผู้จัด "เอส ธรรปพล" ก็ออกปากด้วยแววตามุ่งมั่นว่า "นี่คือก้าวแรกที่สำคัญมากของพวกเรา ต้องขอบคุณพี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่มาช่วยกำกับให้งานของเรามีหัวใจ และขอบคุณพี่เล็กน้อย ณณิญา พรหมเงิน ที่อยู่เบื้องหลังคอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน สำหรับผม Love Like A Bike ไม่ใช่แค่ซีรีส์วาย แต่เป็นเรื่องของการกล้าที่จะรัก การยอมรับ และการเติบโตไปพร้อมกันครับ" เตรียมปั่นหัวใจไปกับ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" ทางช่อง 3 กด 33 และติดตามภาพเบื้องหลัง โมเมนต์น่ารัก และกิจกรรมสนุก ๆ ได้ทุกช่องทางโซเชียล Facebook / Instagram / TikTok / YouTube / X : SClassEntertainmentOfficial แล้วมาร่วมเดินทางไปด้วยกันในทุกจังหวะหัวใจ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "มาสุตี๋" เคมีทะลุเลนส์ ชวนส่องภาพฟิตติ้ง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก" "มาสุ-ตี๋" ประเดิมซีรีส์วายร่วมงานบวงสรวง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก"
ข่าวละคร • 23 ก.ค. 68
อ่าน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าล้อเดี่ยว "Monotrack Bike" ทำจากยางรถยนต์รีไซเคิล
ใครจะนึกว่ายางรถยนต์รีไซเคิลเพียงเส้นเดียว ก็สามารถทำให้กลายเป็นล้อของมอเตอร์ไซค์ไซซ์มินิได้ ผลงานนี้เป็นของยูทูบเบอร์ฝีมือดีจากช่อง เมก อิต เอ็กซ์ตรีม (Make It Extreme) ที่หยิบเอาขยะรีไซเคิลอย่างยางรถยนต์ มาทำให้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ล้อเดี่ยวขนาดเล็กที่ขับซิ่งไปบนถนนได้จริง ๆภาพจาก Make It Extremeเจ้ามอเตอร์ไซค์ล้อเดี่ยวคันจิ๋วนี้ มีชื่อว่า โมโนแทร็ก ไบค์ (Monotrack Bike) ซึ่งทางทีมยูทูบเบอร์ ได้คัดเลือกวัสดุชิ้นส่วนอะไหล่จากกองขยะ ไม่ว่าจะเป็น ล้อยางรถยนต์ ชิ้นส่วนระบบท่อไอเสีย ชิ้นส่วนระบบกันสะเทือน แฮนด์ อานนั่ง และมอเตอร์ มารีไซเคิลทำเป็นมอเตอร์ไซค์ล้อเดี่ยวคันใหม่โดยทีมยูทูบเบอร์ ได้ตัดแก้มของยางรถยนต์รีไซเคิล และนำมาติดกับโครงสร้างเหล็ก ที่ทำหน้าที่เป็นตัวถังของรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ โดยส่วนโครงสร้างล้อ ออกแบบให้เป็นแบบตีนตะขาบคล้ายรถถัง ซึ่งโครงสร้างล้อด้านหน้าจะมีใหญ่กว่าส่วนด้านหลัง หรือบริเวณด้านใต้ที่นั่งคนขับเล็กน้อยภาพจาก Make It Extremeในขณะที่ด้านบนของโครงสร้างตัวถังรถคันนี้ จะติดตั้งแฮนด์จับ เบรกมือ ไฟหน้าส่องสว่าง ไว้ครบครัน ส่วนใต้ที่นั่งคนขับ ก็จะติดตั้งมอเตอร์ขับเคลื่อน ซึ่งใช้เป็นมอเตอร์สกู๊ตเตอร์ขนาด 100 ซีซี พร้อมติดตั้งระบบท่อไอเสีย และระบบกันสะเทือนต่าง ๆ ในขณะที่ด้านนอกสุดบริเวณล้อตีนตะขาบจะหุ้มด้วยยางรถยนต์ เพื่อช่วยให้มอเตอร์ไซค์ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้นนอกจากนี้ ทางทีมยูทูบเบอร์ ยังได้ออกแบบเก้าอี้ที่นั่งของคนขับให้เอียงค่อนไปทางด้านหลังนิด ๆ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถทิ้งน้ำหนัก โดยเอนตัวไปด้านหลัง เพื่อยกล้อรถลอยเหนือจากพื้น โชว์การขับขี่แบบผาดโผนได้ง่าย ๆภาพจาก Make It Extremeอย่างไรก็ดี การดัดแปลงรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ เป็นเพียงหนึ่งในผลงานสนุก ๆ ที่ทาง เมค อิท เอ็กซ์ตรีม ทำขึ้นเท่านั้น โดยเหตุผลก็เพื่ออยากจะนำเสนอการนำวัสดุเหลือใช้จากขยะรีไซเคิลรถยนต์ มาทำเป็นผลงานใหม่ แต่ยังไม่ได้มีแผนการผลิตเพื่อวางจำหน่ายแต่อย่างใดอีกทั้ง การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงคันนี้บนท้องถนนจริง ๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นผู้ชมทางบ้านไม่ควรลอกเลียนแบบ และทุกครั้งที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ อย่าลืมสวมหมวกนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนรอบข้างข้อมูลจากyankodesign, motorious,designboom
TNN ช่อง16 • 6 ก.ย. 66
อ่าน
EcoSmart Cargo สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่หน้าตาเหมือนจักรยานไฟฟ้า e-bike
อีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo)สกู๊ตเตอร์ที่ได้รับการออกแบบให้มีสไตล์ที่หลากหลาย โทนสีธรรมชาติเขียวมะกอก และที่วางเท้ากว้างสะดวกในการใช้งาน ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าสร้างแรงบิดสูงถึง 1,000 วัตต์ และมีระบบขับเคลื่อนแบบโซ่ ที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 19.9 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเดิมทีบริษัท ราโซ่ (Razor)เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์สำหรับเด็กเป็นหลัก แต่ได้เริ่มหันมาสนใจการผลิตสกู๊ตเตอร์สำหรับผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะมียอดการขายสกู๊ตเตอร์สำหรับผู้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในระหว่างปี 2020 - 2021 ที่ผ่านมาจึงทำให้เกิดการพัฒนาอีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo) ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ที่มีความเร็วและทรงพลังกว่าสกู๊ตเตอร์รุ่นอื่น ๆ ของบริษัทสกู๊ตเตอร์สำหรับผู้ใหญ่รุ่นอื่น ๆ ของบริษัท ราโซ่ (Razor) มีด้วยกันหลายรุ่น ได้แก่ รุ่น EcoSmart SUP รุ่น E300 HD และรุ่น C25 ซึ่งทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 15.5 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและรับน้ำหนักสูงสุดได้ 220 ปอนด์ หรือ 110 กิโลกรัม นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ ราโซ่ ไอคอน (Razor Icon)ซึ่งเป็นการนำเอาสกู๊ตเตอร์รุ่นคลาสสิกมาพัฒนาให้เป็นระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า โดยบริษัทมีแผนการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนนี้สกู๊ตเตอร์อีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo)ได้ออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นให้มีประสิทธิภาพและประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้นมีพื้นที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน และเบาะที่นั่งของผู้โดยสารสามารถปรับให้เป็นช่องเก็บของ วางตระกร้า หรือทำเป็นชั้นวางแบบอื่น ๆ ได้สกู๊ตเตอร์อีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo)ใช้ล้อขนาด 16 นิ้ว จึงทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบายมากขึ้น แม้จะต้องขับขี่บนพื้นผิวที่ขรุขระ ระบบพลังงานไฟฟ้าติดตั้งแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 46.8V ที่สามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 50 นาทีสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้สามารถทำความเร็วได้ 5 ระดับ พร้อมกับมีหน้าจอแสดงระดับความเร็ว และระดับแบตเตอรี่ โดยสกู๊ตเตอร์เคลื่อนที่ด้วยการบิดคันเร่งมือและเบรก มีบังโคลนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อปกป้องผู้ขับขี่จากฝนหรือน้ำที่จะกระเด็นมาโดนได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถปรับระดับของเบาะที่นั่งได้ และมีที่วางเท้าเป็นพื้นไม้ไผ่มีเทปที่ช่วยยึดให้เท้าของผู้ขับขี่อยู่กับที่คงต้องมารอลุ้นกันว่าสกู๊ตเตอร์อีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo)จะถูกใจผู้ใช้งานมากน้อยขนาดไหน สำหรับผู้ที่สนใจสกู๊ตเตอร์อีโคร์สมาร์ต คาร์โก้ (EcoSmart Cargo) สามารถสั่งซื้อสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ได้ในราคา 1,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 40,000 บาทที่มาของข้อมูล theverge.comที่มาของรูปภาพ razor.com
TNN ช่อง16 • 12 ก.ย. 65
อ่าน
มอเตอร์ Kamingo เปลี่ยนจักรยานธรรมดาเป็นจักรยานไฟฟ้า E-bike ขนาดเล็ก 750 วัตต์
งาน ยูโรไบค์ 2025 (Eurobike 2025) กำลังกลายเป็นศูนย์รวมของการเปิดตัวมอเตอร์อีไบค์ (E-bike) ขนาดเล็กที่น่าจับตา และในบรรดาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถูกเปิดเผยออกมาคามินโก (Kamingo) ได้สร้างความฮือฮาด้วยชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบเสริมที่สามารถเปลี่ยนจักรยานธรรมดาให้เป็นอีไบค์ (E-bike) กำลังสูงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายก่อนหน้านี้ เราได้เห็นนวัตกรรมอย่างทีคิว เอชพีอาร์60 (TQ HPR60) ระบบมอเตอร์สำหรับจักรยานไฟฟ้า (e‑bike) ขนาดเบา เทคโนโลยี Harmonic Pin‑Ring (HPR) ซึ่งช่วยให้ระบบมีความเรียบง่าย น้ำหนักเบา เสียงเงียบ และเน้นแรงบิดสูง และสตาร์ ยูเนียน เอ็มจีเอ็ม (Star Union MGM) มอเตอร์ แม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับจักรยานไฟฟ้าที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ผลิตจักรยานทั่วโลก อย่างไรก็ตาม คามินโก (Kamingo) แตกต่างออกไปตรงที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถซื้อและติดตั้งได้ด้วยตนเอง จักรยานไฟฟ้า Kamingoคามินโก (Kamingo)เป็นชุด E-drive แบบแยกส่วนที่ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งและถอดที่ง่ายดาย ผู้ใช้สามารถถอดเข้าออกได้แม้กระทั่งระหว่างการปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากระบบ E-bike แบบติดตั้งถาวร การออกแบบที่แยกชิ้นส่วนนี้ แม้จะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่กลับมีจุดประสงค์เพื่อให้พกพาสะดวก ติดตั้งและถอดได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงช่วยให้การขี่จักรยานมีความสมดุลและไม่เทอะทะจักรยานไฟฟ้าคันนี้มีแบตเตอรี่ขนาด 1.4 กิโลกรัม สามารถให้ระยะทางช่วยได้สูงสุด 90 กิโลเมตร ความจุ 266 วัตต์ต่อชั่วโมง ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายขวดน้ำ สามารถใส่ในช่องใส่ขวดน้ำของจักรยานได้อย่างง่ายดาย มีมอเตอร์ขนาดเท่าฝ่ามือ มีน้ำหนัก 900 กรัม แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 750 วัตต์ และกำลังพิกัด 250 วัตต์ภายในมีระบบลดเกียร์ที่ให้แรงบิดสูงสุด 40 นิวตันเมตร ควบคุมด้วยอัลกอริทึมการควบคุมแบบเน้นทิศสนามแม่เหล็ก (Field Oriented Control - FOC) มีตัวควบคุมแฮนด์บาร์ขนาดเล็กและน้ำหนักเบา พร้อมปุ่มหมุนโหมดแบบมีร่องและจอแสดงผลสีขนาดเล็กที่แสดงข้อมูลจำเป็น เช่น ความเร็ว ระยะทาง และอายุแบตเตอรี่ฟังก์ชันการใช้งานสำหรับการติดตั้งจักรยานไฟฟ้าคันนี้ใช้เวลาไม่มาก เริ่มต้นเพียง คลิก เท่านั้นทั้งนี้การออกแบบของ E-bike คันนี้รองรับช่องใส่ขวดน้ำมาตรฐานส่วนใหญ่ หากไม่รองรับ Kamingo ก็มีที่ยึดมาให้ในชุด และชุดขับมอเตอร์ มีตัวควบคุมมาพร้อมกับฐานยึดที่เข้าชุดกัน โดยมอเตอร์จะยึดกับท่อนั่งด้านหลัง ส่วนตัวควบคุมจะยึดกับแฮนด์บาร์ นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดรอบขาที่ติดตั้งกับข้อเหวี่ยง และสายไฟที่เชื่อมต่อแบตเตอรี่และมอเตอร์ระบบขับเคลื่อนของ Kamingo ได้รับการปรับแต่งมาสำหรับการใช้งานกับยางหน้าแคบของจักรยานเสือหมอบและจักรยานสำหรับเดินทางในเมือง และมีสามโหมดให้เลือกคือ โหมด Standby คือโหมดที่มอเตอร์จะยกตัวออกจากยาง ทำให้สามารถปั่นจักรยานได้ตามปกติโดยไม่มีการหน่วง โหมด Assist คือ โหมดที่มอเตอร์จะกดลงบนยางเพื่อช่วยในการปั่น และโหมด Cruise คือโหมดที่มอบการขับขี่แบบใช้คันเร่งไฟฟ้าเต็มรูปแบบในตลาดที่อนุญาตอีกทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันนี้ใช้เทคโนโลยี ปรับแรงกดระหว่างชุดขับกับยาง (Pressure-Adaptive Technology) เพื่อให้การช่วยเหลือราบรื่น ไม่มีการลื่นไถล และยังคงอยู่ตรงกลางยางเสมอ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ระบบเบรกแบบปั่นไฟกลับ (Regenerative Braking) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับคืนได้จากการเบรกและการไหลลงเขา รวมถึงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเซ็นเซอร์ เช่น ระบบตรวจจับการล้มและปิดมอเตอร์โดยอัตโนมัติ (Tilt-detection) และ ระบบตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในยาง (Jam detection) เพื่อป้องกันความเสียหาย Kamingo เปิดตัวชุดขับเคลื่อนรุ่นใหม่ผ่านแคมเปญระดมทุนบนแพลตฟอร์ม Kickstarter และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยสามารถระดมทุนได้กว่า 650,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21 ล้านบาท จากเป้าหมายเริ่มต้นเพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.2 แสนบาท หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด บริษัทมีแผนเริ่มจัดส่งสินค้าในเดือนธันวาคมนี้
TNN ช่อง16 • 22 มิ.ย. 68
อ่าน
"มาสุ–ตี๋" รวมใจทีมซีรีส์ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" ลงพื้นที่อยุธยา ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย
ทีมนักแสดงจากซีรีส์ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" นำโดย "มาสุ จรรยางค์ดีกุล, ตี๋ ธนพล, อัส นิติธร, ต้า นันคุน, วิน ธนัท, โหวงเฮ้ง วัชรากร, ซูม ปัญกร, มิกกี้ ณฐนน, เอ็มเจ เตชินท์" พร้อมด้วย "เอส ธรรปพล ขันไชย" ผู้จัดจากค่าย S CLASS ENTERTAINMENT และ "เล็กน้อย ณณิญา พรหมเงิน" ที่ปรึกษาโปรเจกต์ซีรีส์ ร่วมกันลงพื้นที่อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มอบถุงยังชีพ อาหารแห้ง น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้กับชาวบ้านที่ยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำลด "มาสุตี๋" รวมใจลงพื้นที่อยุธยา "มาสุ จรรยางค์ดีกุล" เผยความรู้สึกหลังได้เห็นพื้นที่จริง "ทำให้รับรู้ว่ายังมีหลายครอบครัวที่ต้องการเวลา กำลังใจ และแรงสนับสนุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมจึงตั้งใจมาที่นี่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้" ด้าน "ตี๋ ธนพล" เสริมว่า "ผมเป็นห่วงทุกคนมาก ๆ ดีใจที่น้ำลดลงแล้ว ทุกคนกลับมาสู่ชีวิตปกติ ต้องการกำลังใจมาก ผมดีใจที่เห็นเค้ายิ้ม เห็นหัวเราะและมีความสุข วันนี้เหมือนพวกเรามาเติมรอยยิ้มให้กับเขา เห็นแบบนี้มันสำคัญมากสำหรับพวกเขา" การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อความหวัง ความห่วงใย และพลังใจ ให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีแรงก้าวเดินต่อและฟื้นฟูชีวิตไปพร้อมกัน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : มาสุ-ตี๋ ธนพล นำทีมมอบความฟิน ปิดกล้อง LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก "มาสุ-ตี๋" เดินหน้าถ่ายซีรีส์ "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" เสิร์ฟโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ "มาสุตี๋" เคมีทะลุเลนส์ ชวนส่องภาพฟิตติ้ง "LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก"
ข่าวบันเทิง • 19 ธ.ค. 68
อ่าน
“แองเซล เอลกอร์ต” และ “ทารอน อีเกอร์ตัน” แทคทีมหล่อโกง โกยเงินพันล้าน ใน “Billionaire Boys Club รวมพลรวยอัจฉริยะ”
เตรียมเปิดฉากการท้าทายฝีมือครั้งใหม่ของ 2 นักแสดงดาวรุ่ง “แองเซล เอลกอร์ต” ด้วยการพลิกบทบาทจากพ่อหนุ่มสายซิ่งใน Baby Driver สู่บทบาท “โจ ฮันท์” หนุ่มหัวกะทิอนาคตไกล ที่ร่วมก่อตั้ง Billionaire Boys Club กับ “ดีน คาร์นี” รับบทโดย “ทารอน อีเกอร์ตัน” สายลับมาดกวนจาก Kingsman หลังได้รับคำเชื้อเชิญให้มาร่วมมือวางแผนหวังรวยทางลัด โดยมีข้อตกลงร่วมกันง่ายๆว่า ใช้เพียงมันสมองของ “โจ ฮันท์” และใช้เส้นสายธุรกิจจาก “ดีน คาร์นี” และในขณะที่ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปอย่างเป็นที่น่าพึงพอใจ เขาทั้งสองกลับต้องช็อคด้วยความจริงที่ว่า เขาประเมิน “รอน เลวิน” (รับบทโดย เควิน สเปซี) คู่ขาธุรกิจของเขาต่ำไปเสียแล้ว Billionaire Boys Club ตีแผ่เรื่องจริงสุดอื้อฉาวของหนุ่มๆ ทายาทเศรษฐี ดีกรีจบฮาร์วาร์ด ที่หวังรวยทางลัดวางแผนระดมเงินครั้งมโหฬารจากการจัดตั้งคลับนักลงทุนที่ชื่อว่า “The Billionaire Boys Club” แต่เมื่อแผนโกงกลับพังไม่เป็นท่า เงินพันล้านเลยต้องเดิมพันด้วยอนาคตทั้งชีวิต พบการรวมตัวทีมนักแสดงรวยฝีมือ ทารอน อีเกอร์ตัน , แองเซล เอลกอร์ต , เอมม่า โรเบิร์ตส์ และเควิน สเปซีย์ Billionaire Boys Club รวมพลรวยอัจฉริยะ เข้าฉายวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
10 ก.ค. 61
อ่าน
บริษัทฝรั่งเศสสร้าง “จักรยานไฟฟ้า” e-bike เก็บพลังงานได้แบบไม่ต้องใช้แบตเตอรี่
บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสสร้างจักรยานไฟฟ้าในชื่อ พาย-พ็อบ อีไบค์ (Pi-Pop e-bike) ซึ่งเป็นผลงานจักรยานไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี ซูเปอร์คาปาซิเตอร์ (supercapacitor) หรือตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด ในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาการใช้งานแบตเตอรี่ ที่มีกระบวนการผลิตที่ต้องใช้ทรัพยากร เช่น ลิเธียมหรือธาตุหายาก จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางผู้พัฒนาของบริษัทกล่าวว่าตัวซูเปอร์คาปาซิเตอร์ จะสะสมพลังงานในรูปแบบของไฟฟ้าสถิต หรือพลังงานที่เคลื่อนที่ช้า ไม่เหมือนกับแบตเตอรี่ลิเธียมที่จะเก็บพลังงานไว้ในรูปแบบปฏิกิริยาเคมี โดยระบบที่บริษัทพัฒนาขึ้นใหม่นี้ จะเก็บพลังงานเมื่อผู้ใช้ปั่นจักรยาน หรือเบรก และปล่อยพลังงานออกมาให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วเมื่อจำเป็นบริษัทเผยว่าพลังงานที่กักเก็บไว้นี้ เพียงพอที่จะช่วยเสริมแรงผู้ขับขี่ในขณะปั่นขึ้นเนิน ที่มีความสูงเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมได้มากถึง 50 เมตร ทำให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่เป็นเนินเขา ซึ่งพบได้บ่อยในแถบยุโรปข้อดีของตัวเก็บพลังงานที่พัฒนาขึ้นนี้ คือการไม่ใช้สารแรร์เอิร์ธ (Rare-Earth) หรือกลุ่มธาตุหายากในการผลิต เนื่องจากตัวซูเปอร์คาปาซิเตอร์จะทำจากคาร์บอน พอลิเมอร์ตัวนำไฟฟ้า แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ และเยื่อกระดาษ ทำให้ไม่เพียงแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งาน 10 - 15 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานกว่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมที่มีอายุการใช้งาน 5 - 6 ปีเท่านั้น สำหรับตัวจักรยานไฟฟ้าออกแบบให้มีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีความสูงตั้งแต่ 155 - 185 เซนติเมตร ได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง สามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุดที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยมอเตอร์ 250 วัตต์ แรงบิด 45 นิวตันเมตรปัจจุบันบริษัทสามารถผลิตจักรยาน พาย-พ็อบ อีไบค์ (Pi-Pop e-bike) ได้ประมาณ 100 คันต่อเดือน และในอนาคต บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตจักรยานให้ได้ 1,000 คันต่อเดือน เพื่อขยายการใช้งานให้กว้างขึ้น ส่วนราคาจักรยานเริ่มต้นอยู่ที่ 2,450 ยูโร หรือราว 89,900 บาทข้อมูลจากeuronewsinterestingengineeringspringnewsnewatlas
TNN ช่อง16 • 31 มี.ค. 68
อ่าน
คนเบลเยียมหันมาเดินทางด้วย e-bike| TNN Tech Reports | 6 ส.ค. 63 (คลิป)
จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกในการเดินทางในยุคที่คนต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดบนรถขนส่งสาธารณะให้ได้มากที่สุด ซึ่งในประเทศเบลเยียม จักรยานไฟฟ้ายี่ห้อ Cowboy ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ จนกลายเป็นที่หมายตาของนักลงทุนรายใหญ่มากมายเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE
TNN ช่อง16 • 6 ส.ค. 63
อ่าน
สุดมันส์!! ปิดฉากปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023
ปิดฉากปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 สุดมันส์ นักปั่น 1500 ชีวิต ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันปั่นจักรยานรายการสุดพิเศษครั้งแรกและครั้งเดียวรายการ ปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 โดยจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี จัดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ลุยจัดกิจกรรมจักรยานเพื่อสุขภาพ และการท่องเที่ยว ชวนนักปั่นจากทั่วประเทศร่วมประสบการณ์สุดพิเศษครั้งแรกและครั้งเดียวกับการปั่นจักรยานบนเส้นทางสุด Exclusive ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 มอเตอร์เวย์ ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ว่าที่ ร.ต. ศุภมงคล บูชาถ่ายเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักกีฬาในการแข่งขันจักรยาน รายการปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 พร้อมด้วย นายกิตติวัฒน์ พงศ์ปฏิมาพรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี ,นายแพทย์ อรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ คณะอนุกรรมการติดตามงบประมาณกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ และ อนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ และ นางสาวสุวลี บัวแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.กาญจนบุรี เข้าร่วมงาน ณ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีนักปั่น 2 ล้อ 1500 ชีวิตตบเท้าเข้าร่วมพิสูจน์ความอึดท่ามกลางความสนุกสุดมันส์ บนเส้นทางหลวง Motorway สายบางใหญ่ กาญจนบุรี ซึ่งเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 มอเตอร์เวย์ BGSRM 81 ท่าม่วง ตอนที่ 23 จ.กาญจนบุรี ระยะทาง 31 กิโลเมตร และมีช่วงให้นักปั่นทดสอบความสามารถกันแบบ Individual sprint ระยะทาง 6 กิโลเมตร (กิโลเมตรที่ 20-26) ชิงโล่ห์รางวัล จำนวน 80 รางวัล ซึ่งนักปั่นที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับเสื้อ และเหรียญที่ระลึกที่มีความพิเศษเฉพาะรายการนี้อีกด้วย สำหรับผู้ที่คว้าชัย ในการทดสอบ Individual sprint ระยะทาง 6 กิโลเมตร ประเภทชาย ในครั้งนี้ คือ การุณ ชมฎบุตร อันดับที่ 2 ได้แก่ ธนกร เพ็งประโคน อันดับที่ 3 อรรคพล พูนเพิ่ม อันดับที่ 4 สมเทพ บุญมี และอันดับที่ 5 วิบูล เที่ยมเมฆา ส่วนประเภทหญิงผู้ที่คว้าชัยในการทดสอบ Individual sprint ระยะทาง 6 กิโลเมตร ในครั้งนี้ได้แก่ ทิพวรรณ ทองบ่อ ส่วนอันดับที่ 2 ตกเป็นของ เมธินี คูหเทพารักษ์ อันดับที่ 3 รัชนก ศรีเมือง อันดับที่ 4 สิริกร ทองสุขงาม ตามมาด้วยอันดับที่ 5 มธุรดา แจ่มกลัด ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่ - ซิมทรูชมทีมโปรดฟรี! รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!!หรือ กด *301*32# โทรออก หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด*301*36#โทรออก
ไลฟ์สไตล์ • 11 เม.ย. 66
อ่าน
มารู้จัก! จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) กันเถอะ
จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่เหมาะกับการปั่นเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ,ขนส่ง,ระยะทางไกล/งานแข่ง,ท่องเที่ยว และแข่งความเร็ว โดยส่วนมากน้ำหนักของตัวรถค่อนข้างเบามีแฮนด์ที่ต่ำโค้งลงไป เพื่ออยู่ในตำแหน่งที่ลู่ลมมากที่สุด เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนชอบความเร็ว แต่การปั่นในตำแหน่งก้มนานๆอาจทำให้หลังของเรามีความตึงได้ถ้าไม่มีความยืดหยุ่นพอ จักรยานเสือหมอบ แยกเป็นประเภทได้ดังนี้ Racing bikes มีความเบาและลู่ลมถูกสร้างมาเพื่อทำความเร็วในทางราบ และขึ้นเขา หรือขับกันเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ตัวถังโดยทั่วไปทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หรืออลูมิเนียม รูปร่างเพียวลม ออกแบบให้มีน้ำหนักน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยทั่วไปมีรูปทรงที่ดุดันตำแหน่งการปั่นที่เป็นมุมชันทำให้ผู้ปั่นเลี้ยวได้อย่างว่องไว ========================================================== Endurance bikes มีคุณสมบัติคล้าย Racing bikes เกือบทั้งหมด ต่างกันที่องศาการปั่นที่ทำออกมาให้ปั่นได้สบายกว่า โดยส่วนมาก ลักษณะแฮนด์ที่ยกสูงขึ้นทำให้เราไม่ต้องก้มมากลดอาการตึงที่หลังและคอ ส่วนมากจะมียางที่กว้างและนุ่ม ขับขี่สบายกว่า ========================================================== Cyclocross bikes มีน้ำหนักเบา ความแข็งแกร่งที่จะรับมือกับสภาพกับการแข่งขัน cyclocross (มีเส้นทางที่เลอะและมีสนามหญ้า) ส่วนมากจะมีดอกยางเป็นปุ่มไว้ลุยทุกภูมิประเทศ ========================================================== Touring Bikes มีการปรับแต่งเพิ่มเติมไม่กี่ที่จาก road bike ออกแบบออกมาสำหรับปั่นท่องเที่ยวเดินทางไกล ตัวถังมีความทนทานสามารถบรรทุกสิ่งของได้จากชั้นวางข้างหน้าและข้างหลัง ช่วงฐานล้อมีขนาดยาวกว่าปกติ ให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ตรงกลางทำให้ง่ายต่อการควบคุม หลายคันมีดิสก์เบรคเพื่อหยุดรถได้ดีขึ้นขณะบรรทุกของหนักๆ
ไลฟ์สไตล์ • 22 ธ.ค. 59
อ่าน
CRF250Rally ผงาดคว้ารางวัล BIKE OF THE YEAR 2020
CRF250Rally ผู้นำทางฝุ่นตัวจริง! ผงาดคว้ารางวัล BIKE OF THE YEAR 2020 ประเภท Best Dual Purpose Honda CRF250Rally ตอกย้ำภาพลักษณ์รถทางฝุ่นที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ด้วยการคว้ารางวัล BIKE OF THE YEAR 2020 ในประเภท Best Dual Purpose จากรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และสมรรถนะที่เหนือชั้น โดยการประกาศของ กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป เมื่อเร็วๆ นี้ Honda CRF250Rally ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "The Fearless Species เผชิญหน้า ทุกความท้าทาย" ให้เป็นรถแรลลี่ไบค์ที่แข็งแกร่งแต่ปราดเปรียว สะดุดตาด้วยไฟหน้าคู่แบบ LED เล่นระดับ แผงบังลมขนาดใหญ่ช่วยป้องกันละอองฝุ่น ตัวรถติดตั้งชุดแฟริ่งพร้อมแผ่นรองกันกระแทกใต้ท้องเครื่อง พร้อมแฮนด์การ์ดช่วยปกป้องมือ ในด้านสมรรถนะ Honda CRF250Rally ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC หัวฉีด PGM-FI ขนาด 250 ซีซี เกียร์ 6 สปีด ตัวรถติดตั้งโช้คหน้าแบบหัวกลับขนาดใหญ่ สามารถรองรับแรงกระแทกได้ทุกรูปแบบ ระบบกันสะเทือนหลังแบบโปรลิงค์ ปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้าแบบลูกสูบคู่พร้อมจานเบรกขนาดใหญ่ ถังน้ำมันจุได้ถึง 10.1 ลิตร เติมน้ำมันครั้งเดียวก็สามารถวิ่งได้ไกลถึงกว่า 300 กิโลเมตร ในขณะที่ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 155 กิโลกรัมเท่านั้นจึงขับขี่คล่องตัว ด้วยความโดดเด่นที่สุดในคลาส ส่งผลให้ Honda CRF250Rally ได้รับเลือกให้เป็น BIKE OF THE YEAR 2020 ในประเภท Best Dual Purpose Honda CRF250Rally สนนราคาแนะนำที่ 164,600 บาท วางจำหน่ายที่ร้าน Honda Wing Center ทั่วประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Best Sport Under 300cc!! Honda CBR250RR สมศักดิ์ศรีสปอร์ตพันธุ์แข่งCUB House เปิดตัวโปรเจกต์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำไลฟ์สไตล์ความสนุก ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่ สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่
ไลฟ์สไตล์ • 23 มี.ค. 63
อ่าน
กาญจนบุรี เชิญชวน ร่วมปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023
สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ชวนนักปั่น สายสุขภาพ และท่องเที่ยว ร่วมปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 9 เม.ย.นี้ ครั้งแรก และครั้งเดียวเท่านั้น!! จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ลุยจัดกิจกรรมจักรยานเพื่อสุขภาพ และการท่องเที่ยว รายการปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 ชวนนักปั่นจากทั่วประเทศร่วมประสบการณ์สุดพิเศษครั้งแรกและครั้งเดียวกับกิจกรรมการปั่นจักรยานบนเส้นทางสุด Exclusive ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 มอเตอร์เวย์ ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ พร้อมช่วงทดสอบความสามารถ Individual Sprint สุดมันส์ นัดรวมพลน่องเหล็ก1500 ชีวิต 9 เม.ย.นี้ วันพฤหัสบดีที่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 15.00 น. : นาย ศักรินทร์ ทุมเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมจักรยาน รายการปั่นก่อนเปิด Bike Before Motorway 2023 ณ ห้องประชุมอุดมทรัพย์ โรงแรมกนกกาญจน์ อ เมือง จ กาญจนบุรี โดย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ จังหวัดกาญจนบุรี จัดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในจังหวัด กำหนดแข่งขันรวมพลนักปั่น 1500 คน วันที่ 9 เม.ย. นี้ บนเส้นทางหลวง Motorway สายบางใหญ่ กาญจนบุรี นาย ศักรินทร์ ทุมเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีของชาวจังหวัดกาญจนบุรี ที่จะได้มีโอกาสเปิดบ้านให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบนักกีฬาจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมกิจกรรมกีฬาจักรยาน รายการปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) ในครั้งนี้ และถือเป็นโอกาสในการซักซ้อม เตรียมความพร้อมในศักยภาพของบุคลากรทางการกีฬา และสร้างกระแสความตื่นตัวให้ชาวกาญจนบุรี รวมกาญจน์เป็นหนึ่งสู่กีฬาแห่งชาติ กาญนบุรีเกมส์ ที่จะมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้การต้อนรับ นักกีฬาจากทั่วประเทศในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ กาญจนบุรีเกมส์ ก่อนจะไปถึงการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ หรือกาญจนบุรีเกมส์ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ปีนี้อีกด้วย ทั้งนี้หากเส้นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ กาญจนบุรี หรือที่เรียกว่าทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 มอเตอร์เวย์ แล้วเสร็จเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการ จะทำให้การคมนาคม ขนส่งสินค้า และการเดินทางของนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดกาญจนบุรีได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีในทุกภาคส่วน รวมทั้งธุรกิจกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะทำให้จังหวัดกาญจนบุรี มีศักยภาพเป็นจังหวัดต้นแบบในการพัฒนาเป็นพื้นที่จัดการแข่งขันกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว หรือ สปอร์ตทัวริสซึ่ม อย่างยั่งยืนต่อไป ปัจจุบันกีฬา ถือเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวกาญจนบุรี และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าทางสังคม และส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัด ชาวกาญจนบุรีจึงมีความยินดีที่จะร่วมมือกัน และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ที่จะได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยว นักกีฬาผู้ร่วมกิจกรรมทุกท่าน ได้มาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และเพลิดเพลินกับความงดงามตามธรรมชาติของน้ำตกต่างๆ ลำน้ำแคว วัฒนธรรมไทย-มอญ อาหารปลาแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนความงดงามของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สะพานข้ามแม่น้ำแคว และการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจว่าจังหวัดกาญจนบุรี มีความพร้อมที่จะสร้างความประทับใจให้นักกีฬาและนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมกิจกรรมจักรยานปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) และท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีได้อย่างแน่นอน ในฐานะเจ้าบ้าน พลเอก ดร.ชินวัฒน์ แม้นเดช นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี เผยว่า สมาคมฯ เล็งเห็นถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีโดยภาพรวม จึงได้จัดทำโครงการปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี รายการปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) ขึ้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัด พร้อมแนะนำเส้นทางหลวงใหม่ Motorway สายบางใหญ่ กาญจนบุรี ที่กำลังจะเปิดใช้ในเร็ว ๆ นี้ โดยกิจกรรมจักรยานปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) จะจัดขึ้นในวันที่ 9 เมษายน 2566 บนเส้นทางหลวง Motorway สายบางใหญ่ กาญจนบุรี ซึ่งเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M81 มอเตอร์เวย์ BGSRM 81 ท่าม่วง ตอนที่ 23 จ.กาญจนบุรี ระยะทาง 31 กิโลเมตร ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมทางหลวง อนุญาตให้ใช้เป็นเส้นทางจัดกิจกรรมชั่วคราว และจะมีช่วงให้นักปั่นทดสอบความสามารถกันแบบ Individual sprint ระยะทาง 6 กิโลเมตร (กิโลเมตรที่ 20-26) ชิงโล่ห์รางวัล จำนวน 80 รางวัลด้วย ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางมอเตอร์เวย์ สายใหม่ที่ยังไม่เปิดให้รถยนต์ทุกชนิดใช้งาน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสพิเศษเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่นักปั่นทุกท่านจะได้เข้ามาปั่นจักรยานบนเส้นทางมอเตอร์เวย์เส้นทางนี้ ซึ่งนักปั่นที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับเสื้อ และเหรียญที่ระลึกที่มีความพิเศษเฉพาะรายการนี้ ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรมนี้ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังจังหวัดกาญจนบุรี ในรูปแบบ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผู้ติดตาม และทีมงานสนับสนุน เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจกีฬาของจังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นอย่างดี ด้าน ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนากีฬาภายใต้ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้กิจกรรมนันทนาการ และกีฬาเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคอย่างครบวงจร กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติจึงให้การสนับสนุนจังหวัดกาญจนบุรี และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี ให้จัดกิจกรรมจักรยานปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) นี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนในส่วนภูมิภาคแต่ละจังหวัดได้มีโอกาสในการออกกำลังกาย และเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกีฬาที่สามารถฝึกซ้อมได้ง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง และเข้าแข่งขันได้โดยใช้สถานที่หรือสนามกีฬาที่มีในพื้นที่ โดยกิจกรรมจักรยานปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) นี้ ถือว่าเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี ที่จะเปิดโอกาสให้นักปั่นจักรยานได้มีประสบการณ์พิเศษครั้งแรก และครั้งเดียว ที่จะได้เข้ามาปั่นจักรยานบนเส้นทางมอเตอร์เวย์สายใหม่ล่าสุด บางใหญ่ กาญจนบุรี ซึ่งต้องขอขอบคุณกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ได้อนุญาตและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการแข่งขัน ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ผู้แทนจาก กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กล่าวเสริมว่า เส้นทางจัดกิจกรรมจักรยานปั่นก่อนเปิด (Bike Before Motorway 2023) ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายใหม่ล่าสุด โดยเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ด้านตะวันตกกับถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อ.พนมทวน) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่จะใช้จัดกิจกรรม การที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสร้างประแสประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักเส้นทางมอเตอร์เวย์สายใหม่ บางใหญ่-กาญจนบุรี นี้ นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ซึงคาดว่าจะสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทั่วไปรู้จักเส้นทางใหม่ ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดกาญจนบุรีได้สะดวก รวดเร็วขึ้น และก่อให้เกิดการยกระดับการท่องเที่ยว การขนส่งทางบกจาก ภาคกลาง ภาคใต้ ให้เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจชายแดนตะวันตก ระหว่างประเทศไทย- เมียนมาร์ ได้เป็นอย่างดี ------------------------------------------------- วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่ - ซิมทรูชมทีมโปรดฟรี! รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!!หรือ กด *301*32# โทรออก หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด*301*36#โทรออก
กีฬาไทย • 31 มี.ค. 66
อ่าน
เก็บตกคนดัง ควงจักรยานคู่ใจร่วมกิจกรรม “Bike for Mom”
เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน Truelife.com เรียกว่าเป็นความสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องชาวไทยที่เราทุกคนไม่ได้เห็นภาพน่าปลื้มปิติแบบนี้มานานแล้ว ทุกคนต่างปั่นจักรยานคู่ใจออกจากบ้าน เพื่อมาร่วมกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ ซึ่งผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (16 สิงหาคม) งานนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน รวมไปถึงพี่น้องวงการบันเทิง เทคิวงานเพื่อมาร่วมกิจกรรมดีๆ เพื่อแม่ บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนมาก แต่ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และรอยยิ้มแห่งความเหนื่อย ทำให้เกิดภาพความงดงามบนท้องถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทีมงาน Truelife จึงแอบเก็บภาพน่ารักๆ ระหว่างพักเหนื่อยของเหล่าดารา นักแสดง ศิลปินมาฝากแฟนๆ วันนี้รู้สึกตื้นตันใจมากๆ ตอนที่ทุกคนเปล่งเสียงทรงพระเจริญพร้อมๆกัน จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในวันนี้ค่ะ Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่ #bikeformom A photo posted by Paowalee Grammygold (@paowalee1) onAug 16, 2015 at 7:57am PDT เป็นใงมั่งน้อ หนุ่มๆปั่นเมื่อวาน วันนี้ลุกไหวมั๊ย#bikeformom #toomtam #toomtamyuttana #toomtamthestar #toomtamthestar7 #yuttnana #thestar7 #ttfc #ตูมตาม @gunnapat23 @singtosaharat A photo posted by @tt.tn onAug 16, 2015 at 7:53pm PDT แมนแมนคับ พี่พร้อมมากบอกเลย ร้อนไม่กลัว กลัวไม่เท่ 5555 ควันหลง #BikeforMom ปั่นเพื่อแม่ ?? 16.08.15 #gamthestar #GKC #gamwichayanee #gamthestarfanclub #gamwichayaneefanclub #supportgam A photo posted by Phet_GKC (@phet_gkc) onAug 16, 2015 at 7:09pm PDT อรุณสวัสดิ์นะฮะ เช้าแล้วยิ้มร่าเริง แต่ทำไมยังล้าล่ะ ?? #ล้าทั้งตัว #bikeformom2015 #bikeformom #photobydew #punch0509 #punchfanpage A photo posted by Sitanan Kongvaja (@nam_sitanan) onAug 16, 2015 at 7:07pm PDT หนุ่มนักปั่น ?? @gunnapat23 #BikeForMom ? A photo posted by Mukmai ?? (@mukmaizaa) onAug 16, 2015 at 6:32pm PDT #bikeformom #bicycle #bkk @mospatiparn A photo posted by P.B.M ( Photo By Mitakea ) (@mitakea) onAug 16, 2015 at 5:18pm PDT #bikeformom A photo posted by ThiZmeNY (@thizmeny) onAug 16, 2015 at 10:49am PDT รูปนี้เฮียหล่อมาก @joeybangkokboy #bikeformom #ช่างจ้ำใจดี #ปันปั่นปั้น A photo posted by Beeazy (@beeazythethreetwoone) onAug 16, 2015 at 10:38am PDT คุณครูเล็ก และ คุณครูหมี ??✌?️ #ให้กำลังใจเต็มที่ @saksoonthorn_rise @alexfreeride222 #BIKEFORMOM ? A photo posted by Khemanit Jamikorn (@khemanito) onAug 16, 2015 at 12:33am PDT bike for mom#probike_coltd #bikeformom #new_wongsakorn @we_love_wongsakorn #thanks @probike_coltd A photo posted by Wongsakorn Paramatthakorn (@new_wongsakorn) onAug 16, 2015 at 4:29am PDT พี่แบงค์ @bankbv #BikeForMom A photo posted by P R A E W _A P I N Y A ✨?? (@praew_apinya) onAug 16, 2015 at 8:19am PDT ถึงสุทธิสารแล้วฮับ #bikeformom A photo posted by @theniti onAug 16, 2015 at 2:01am PDT
ข่าวบันเทิง • 17 ส.ค. 58
อ่าน
นิว วงศกร-แพนเค้ก- เคลลี่ ธนะพัฒน์ นำทีมนักแสดงร่วมกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad
กิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad ได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานต่างๆ ก็ต่างให้ความร่วมมือกับกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเหล่าคนดังก็ไม่พลาดกับกิจกรรมดีๆ แบบนี้เช่นกัน หยิบเสื้อเหลืองพร้อมจักรยานคู่ใจร่วมกิจกรรมแบบไม่กลัวแดด ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อีกด้วย งานนี้สาวแพนเค้ก ชวนหนุ่มนิว วงศกร ออกมาปั่นจักรยานพร้อมแฟนคลับกันตั้งแต่เที่ยง แดดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น นอกจากนั้นแล้วยังมีหนุ่มเคลลี่ ธนะพัฒน์ ,ฟลุค จิระ ,เอี๊ยง สิทธา, แอมป์ พีรวัศ ,โน๊ต-วัชรบูล,บอส-โตนนท์, แอมป์-พีรวัศ , ต่าย ชัชฎาภรณ์ , อั๋น-ชยพล ,โซฟี่ ,เขต-ธาราเขต ,บิ๊ก-ทรรศชัย, แมงมุม-พงษธัช วิน-วาทิต และ เติ้ล-ปิติพน และดาราอีกมากมายร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกด้วย โดยหนุ่มนิว-วงศกร เผยความรู้สึกที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้มาร่วมกิจกรรมประวัติศาตร์รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นที่สุดครับในการได้มาร่วมสัมผัสพลังของคนไทยทั้งชาติที่พร้อมใจกันมาร่วมใจเป็นหนึ่งเพื่อพ่อของแผ่นดิน ซึ่งในวันนี้ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพเท่านั้นคนไทยตามภูมิภาคต่างๆ ร่วมถึงคนไทยในต่างแดนก็ร่วมใจกันมาบอกรักพ่อกันในวันนี้ นับเป็นความรู้สึกยิ่งใหญ่ปิติมากครับ ผมเองก็มีการฟิตซ้อมร่างกายล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี พร้อมมากครับรู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมประวัติศาสตร์นี้ ด้าน เคลลี่ อีกหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เผยว่ารู้สึกภูมิใจมากครับที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสมาร่วมในกิจกรรมประวัติศาสตร์แบบนี้ สำหรับผมเป็นครั้งแรกแต่ความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มร้อยแน่นอนครับ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสเห็นอีกหนึ่งรูปแบบของการแสดงความจงรักภักดีด้วยการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางและยังทำให้เห็นถึงความสามัคคีของพี่น้องชาวไทย ซึ่งทุกครั้งไม่ว่าจะมีกิจกรรมใดดีใจที่ได้เห็นคนไทยมักจะมาร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสมอๆ ครับ ชมภาพบรรยากาศกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad ???? #ปั่นเพื่อพ่อ #bikefordad #ch7dramasociety A photo posted by CH7 Drama Society (@ch7dramasociety) onDec 10, 2015 at 11:24pm PST #แพนขออนุญาตไม่ฝากร้านนะคะ ขอบคุณพี่ๆสื่อนะคะ มาร่วมบอกต่อกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยวันนี้ค่ะ @khun_oui ???????????? #bikefordad? A photo posted by Khemanit Jamikorn (@khemanito) onDec 10, 2015 at 11:31pm PST พร้อมมมมมม#bikefordad #new_wongsakorn @we_love_wongsakorn A photo posted by Wongsakorn Paramatthakorn (@new_wongsakorn) onDec 10, 2015 at 10:05pm PST แดดร้อน แต่เราสู้!! #bikefordad @ammdevilll A photo posted by Jira Danbawornkiat (@fluke_jira) onDec 11, 2015 at 12:09am PST #bikefordad พร้อม!!! A photo posted by Jira Danbawornkiat (@fluke_jira) onDec 10, 2015 at 11:49pm PST เย้ได้ของเล่นใหม่ @Pomo_House ออกรุ่นใหม่แล้ว #Pomo37 สมาร์ท ริสท์ แบนด์ ตัวแรกของไทยที่ทำได้ทุกอย่าง พร้อมตรวจความดันเลือดแบบเรียลไทม์ที่ไม่เคยมีรุ่นไหนทำได้มาก่อน หาซื้อได้แล้ววันนี้ #PomoHouse #Smart #WristBand https://youtu.be/h91Bc_p6aK0 A photo posted by Pheerawas Khunlanunwat (@ammdevilll) onDec 10, 2015 at 10:54pm PST ร้อนไหมพูด A photo posted by Pheerawas Khunlanunwat (@ammdevilll) onDec 10, 2015 at 11:03pm PST จะเริ่มแล้วนะ A photo posted by Pheerawas Khunlanunwat (@ammdevilll) onDec 11, 2015 at 12:20am PST Bike for dad ???. . ปั่นจากช่องมาลานพระรูป รอเวลาพร้อมปั่นกันนะครับ ✌?️❤️ #bikefordad #อากาศร้อน #แต่พวกเราไม่มีถอย A photo posted by Khet Tarakhet ⚽ (@tarakhett) onDec 10, 2015 at 10:01pm PST เรียบเรียงข้อมูลโดย dara.truelife.com
ข่าวบันเทิง • 11 ธ.ค. 58
อ่าน
“โรบินฮู้ด” จับมือ “H SEM” และ “ETRAN” สานต่อโมเดล “Robinhood EV Bike” เปิดสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฟสแรก 14 จุด ทั่วกรุงเทพฯ เตรียมพร้อมรองรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
โรบินฮู้ด จับมือ H SEM และ ETRAN สานต่อโมเดล Robinhood EV Bike เปิดสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฟสแรก 14 จุด ทั่วกรุงเทพฯ เตรียมพร้อมรองรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ตั้งเป้าปี 2565 จะมีสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 120 จุด ทั่วกรุงเทพ ฯ และปริมลฑล มีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมให้บริการมากกว่า 5000 คัน เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจทำอาชีพไรเดอร์ทั้งที่มีหรือไม่มีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง สามารถเช่าขับเป็นรายวันเพียงวันละ 120 บาท นายสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวโครงการ Robinhood EV Bike เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ฯ เพื่อเช่าขับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารายวันกับ H SEM และ ETRAN สองพันธมิตรคนสำคัญของโรบินฮู้ดเป็นจำนวนกว่า 2500 คน โดยได้ทยอยปรับพื้นที่บางส่วนของสาขาธนาคารไทยพาณิชย์ให้เป็นสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Robinhood EV Power Station) ในเฟสแรก ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่รัชโยธิน, สาขาลาดพร้าว 111, สาขาโชคชัย 4, สาขาลาดพร้าว 59, สาขาสาธุประดิษฐ์, สาขาเอกมัย, สาขาตากสิน, สาขาถนนจันทน์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ณ ศูนย์บริการ H SEM สาขาบางนา สาขา RCA และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ETRAN ได้แก่ สถานีอารีย์, วงศ์สว่าง, สามย่าน และสถานีสาทร-ตากสิน 2 รวมทั้งสิ้นจำนวน 14 จุด รองรับการใช้งานของ โรบินฮู้ดไรเดอร์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง "เราและพันธมิตรทั้งสองราย ได้แก่ H SEM และ ETRAN ได้ร่วมกันพัฒนาสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ง่ายต่อการใช้งาน ไรเดอร์สามารถเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง เปลี่ยนได้ทุกสถานีโดยไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอด 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว คาดว่าภายในปี 2565 โครงการ Robinhood EV Bike จะมีสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 120 จุด ทั่วกรุงเทพฯและปริมลฑล มีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมให้บริการมากกว่า 5000 คัน นายสีหนาท กล่าวว่า โรบินฮู้ดหวังว่าโครงการฯ นี้จะสามารถช่วยสร้างงานให้กับผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจทำอาชีพไรเดอร์ทั้งที่มีหรือไม่มีมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเองสามารถเช่าขับเป็นรายวันกับ H SEM และ ETRAN ในราคาเพียงวันละ 120 บาท และหวังว่าโครงการฯ นี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างและผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเมืองไทยอีกด้วย -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม. คลิกเลย TrueID Community
TNN Wealth • 2 ธ.ค. 64
อ่าน
ฮอนด้าเปิดตัว New ADV350 รถ Premium SUV Bike ออกไปท้าทาย ทำไมต้องรอ!
ฮอนด้าได้เปิดตัว New ADV350 รถ Premium SUV Bike เพื่อต่อยอดความนิยมในกลุ่มรถพรีเมียม เอ ที ที่กำลังเติบโตเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนที่รักรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ ตัวรถมาด้วยดีไซน์การผสมผสานความแรงของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว ทำงานร่วมกับกระเดื่องวาล์วแบบโรลเลอร์ยูนิแคม แรงเสียดทานต่ำ ให้สมรรถนะสูง ส่งกำลังการขับขี่ที่ต่อเนื่องในทุกสภาพถนน ไม่หวั่นทุกเส้นทางด้วยระยะ Ground Clearance ที่สูงถึง 155 มิลลิเมตร อัตราเร่งติดมือไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือเร่งแซง เวลาขับขี่ให้ความรู้สึกดุดันเผชิญกับอะไรใหม่ ๆ และสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวของคุณเองตามคอนเซปต์ ออกไปท้าทาย ทำไมต้องรอ “WAIT FOR NO ONE” New ADV350 มาด้วยระบบไฟ LED รอบคัน ไฟหน้าคู่ดีไซน์เฉียบคมมาพร้อมไฟเลี้ยว LED ทำให้เวลามองสะดุดตาทันที เพราะว่าสว่างมากเลย แถมยังออกแบบได้ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่ไม่ธรรมดา ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล เวลาขับดูดีมาก ๆ หน้าปัดเรือนไมล์แสดงผลหน้าจอแบบ Full LCD มาพร้อมระบบ Honda smartphone voice control system หรือที่เรียกว่า HSVCS แค่เรามีมือถือแอนดรอยด์ ใช้ระบบปฏิบัติการ 7.0 ขึ้นไป สามารถใช้งานสั่งงานผ่านเสียงได้ง่าย แถมยังสามารถกดสั่งผ่านสวิตช์แฮนด์ด้านซ้ายมือไปยังฟังก์ชันต่าง ๆ ทำให้เวลาขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน นอกจากนี้ยังมีระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ควบคุมการหมุนของล้อหน้า-ล้อหลัง ทำงานไปด้วยกันอย่างลงตัวเวลาขับขี่ เทเปอร์แฮนด์บาร์ ที่มาพร้อมการ์ดแฮนด์เสิรมความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบระยะใกล้ หรือระยะไกล ทำให้เวลาขับรถบังคับได้มั่นคง ไม่ว่าจะเลี้ยวไปทางซ้าย เลี้ยวไปทางขวา ขับออกไปยังนอกสถานที่ต่าง ๆ ก็ให้ความรู้สึกคงที่เวลาขับเสมอ พร้อมด้วยระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สั่งการได้ครบถึง 3 ฟังก์ชัน ระบุตำแหน่งรถ จากเปิด-ปิดของสัญญาณรีโมท และช่วยป้องกันรถจากการขโมย กระจกบังลมหน้า สามารถเปลี่ยนได้ทั้งหมด 4 ระดับ เรียกว่าออกแบบมาเพื่อความชอบของผู้ขับขี่จริง ๆ หากชอบแบบไหนก็ปรับระดับแบบนั้น ยิ่งสูงยิ่งกันลมได้เยอะ หากชอบแบบสัมผัสลมก็ปรับลงได้ ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย เนื่องจากช่วยกระจกสามารถลดแรงปะทะให้กับใบหน้าของเราเวลาขับขี่อตลอดการเดินทาง ระบบกันสะเทือนหน้า มาพร้อมโช้กอัพหัวกลับขนาด 37 มม. มีความยาวถึง 125 มม. ซึ่งปกติเราจะเห็นโช้กแบบหัวไม่กลับในรถรุ่นเดิมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มั่นใจว่าเวลาขับไปไหนมาไหน เมื่อเจอสภาพท้องถนนที่แตกต่างกัน จะช่วยให้เวลาขับรู้สึกนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น แถมด้วยระบบเบรก ABS ขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยปกป้องไม่ให้ล้อล็อกเวลาเบรกกะทันหันอีกด้วย ช่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ใต้เบาะ สามารถใส่สิ่งของมากได้ถึง 48 ลิตร เหมาะสำหรับคนที่มีของเก็บเยอะ ๆ ที่สำคัญใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ ถ้าหากนึกถึงรถจักรยานยนต์ทั่วไป จะสามารถเก็บหมวกได้เพียงใบเดียวไว้ใต้เบาะ จุดนี้ต้องให้จริงต๊าชมากเลย ไม่ว่าจะเก็บสิ่งของหรือหมวกก็เก็บได้แบบเต็ม ๆ มาพร้อมช่องชาร์จไฟ USB Type C รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลที่สุด ระบบกันสะเทือนหลัง มาพร้อมโช้คอัพซับแทงค์คู่ ไม่ว่าจะขับขี่ไปตลาดออกทริปกับเพื่อนก็สบาย เวลาขับขี่ไม่มีสะดุด พร้อมที่จะวิ่งต่อไปได้เรื่อย ๆ ขับไปจนถึงจุดมุ่งหมายที่อยากไป ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง แม้ว่าสภาพถนนตรงนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ยังคงสภาพการขับที่นุ่มนวล พร้อมเผชิญหน้าทุกความท้าทายในแบบสไตล์แอดเวนเจอร์ New ADV350 มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี - สีเทา-ดำ Spang Silver Metallic - สีดำ Matte Carbonium Gray Metallic - สีแดง-ดำ Matte Carnelian Red Metallic และมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น Standard Type ราคาแนะนำที่ 181,900 บาท และรุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) ราคาแนะนำที่ 183,900 บาท ทั้งหมดพร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.thเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand#NewADV350 #WaitForNoOne #ออกไปท้าทายทำไมต้องรอ#HondaMotorcyleThailand #WhatStopsYouเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี!
JPooh • 18 เม.ย. 65
อ่าน
ดีเจอันดับ 1 ของโลก Dimitri Vegas & Like Mike
Dimitri Vegas Like Mike สองพี่น้องสัญชาติเบลเยี่ยม ดีเจอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ (2020) ในเว็บไซต์ www.djmag.com แนวเพลงของ Dimitri Vegas Like Mike คือแนว EMD, Electro House, Progressive House, พวกเขาทำผลงานเพลงได้อย่างยอดเยี่ยมผลงานของพวกเขามีเอกลักษณ์ในแนวดนตรีเฉพาะตัว เพราะเหตุนี้เองทำให้พวกเขามีแฟนเพลงทั่วโลก สื่อสายดนตรีหลายสถาบันยกให้พวกเขาเป็นดีเจที่ดีที่สุดระดับโลก Dimitri Vegas Like Mike คว้ารางวัลดังๆทั่วโลกมาแล้วหลายเวทีพวกเขา ได้รางวัลเช่น รางวัล MTV รางวัลยุโรป มิวสิก อวอร์ด สาขาศิลปินเบลเยียมยอดเยี่ยม และรางวัล MAD Video Music Honorary Award ในปี2015 และยังพวกเขาก็ยังมีผลงานร่วมกับศิลปินซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของโลกอีกด้วย. Dimitri Vegas Like Mike ได้เข้าร่วมในงานเฟสติวัลดังๆระดับโลกมากมายเช่น Tomorrowland, Ultra Music Festival, Creamfields, และได้ไปทัวร์รอบโลก โดยมีแฟนเพลงที่ติดตามผลงานของพวกเขาเข้ามาร่วมแน่นขนัดในทุกๆปาร์ตี้ Dimitri Vegas Like Mike มีผลงานผลิตผลงานเพลงออกมามากมาย เช่น The Hum (2016) ,Tremor (2014) , Arcade Mammoth (2016) , Higher Place Ft. Ne-Yo (2015) , Complicated Ft. David Guetta and Kiiara (2017) และ Dimitri Vegas Like Mike ยังมีรีมิกซ์เพลงจากศิลปินอื่นอีกมากมายเช่น Regard - Ride It (Dimitri Vegas Like Mike remix) , Fuck On Cocaine (Dimitri Vegas Like Mike Remix), Kalinka (Dimitri Vegas Like Mike Edit), Albin Myers -Time Like These ( Dimitri Vegas Like Mike Remix), M.O.D.E.Lost (Dimitri Vegas Like Mike Remix) Dimitri Vegas Like Mike มีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีความพยายามและต้องมุ่งมั่นในสิ่งที่ตัวเองรัก ฝึกฝนฝีมือจนเชี่ยวชาญ Dimitri Vegas Like Mike จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลก ทุกคนจึงยอมรับว่าพวกเขาคือที่ 1 ของโลกในวันนี้เครดิตทุกภาพจาก https://www.youtube.com/user/dimitrivegasonline/videos
Bonz Dj • 8 ส.ค. 63
อ่าน
ตามไปดูวิธีใช้ชีวิตที่เรียบง่ายของเหล่า Billionaires
บทความจากเวปไซต์ investopedia.com ที่ชื่อว่า “The Everyday Lives Of Frugal Billionaires” หลายคนอาจจะคิดว่านักธุรกิจรวยระดับโลกที่จะพูดถึงต่อไปนี้ คงใช้ชีวิตแบบอู้ฟู่ เพราะแค่เงินในบัญชีที่พวกเขามีในมีปัจจุบันก็อาจจะใช้ไม่หมดก่อนจะลาจากโลกนี้ไปซะด้วยซ้ำ แต่ความจริงตรงกันข้าม แม้พวกเขาจะเป็นคนดัง รวยระดับโลก พวกเขากลับมีวิธีการใช้ชีวิตที่แสนจะเรียบง่าย ไปดูกันเลยว่าจะมีใครกันบ้างWarren Buffettคุณปู่บัตเฟตที่นักลงทุนไม่มีใครไม่รู้จัก คุณปู่ถูกเปรียบเหมือนกับนักลงทุนชั้นครู ที่ใครๆ ก็อยากประสบความสำเร็จให้ได้ครึ่งหนึ่งของคุณปู่ก็ยังดี ปัจจุบันคุณปู่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังไม่ใหญ่มากมีเพียง 5 ห้องนอน และเป็นที่อยู่เดิมมาตั้งแต่ปี 1958 ในเมือง Omaha ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองเล็กๆ ที่ติดอับดับที่สองของ "America's Top 10 Small Cities”คุณปู่ไม่พกโทรศัพท์และไม่มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ ด้วยฐานะของเขาจะซื้อลีมูนซีนจ้างคนขับรถให้ก็ยังได้ แต่คุณปู่ก็เลือกจะขับรถเอง ซึ่งก็เป็นรถ Cadillac XTS ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2014 ด้วยเงินราวๆ $45,000 คุณปู่ยังชอบใช้ชีวิตที่สุดสงบ หลีกเลี่ยงงานสังคมถ้าเป็นไปได้ ส่วนงานอดิเรกก็คือการเล่นไผ่ Bridge กับเพื่อนซี้อย่าง Bill GatesMark ZuckerbergCEO ของ Facebook มาร์คติดหนึ่งในอันดับมหาเศรษฐีที่อยู่น้อยที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่มาร์คก็ยังคงใช้ชีวิตที่แสนจะธรรมดา เขาใช้เวลากว่า 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปทำงานที่ออฟฟิตที่ Palo Alto ชอบสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ มากกว่าการใส่ชุดสูทสุดหรู ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าแตะมากกว่ารองเท้าหนังอีตาลีแบรนด์ดัง นอกจากจะเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการไอที มาร์คยังเป็นนักสะสมอสังหาริมทรัพย์ตัวยงอีกด้วยCarlos Slim Heluชื่ออาจไม่คุ้นหูนักสำหรับคนไทย คาลอสเป็นเจ้าของธุรกิจวงการสื่อในเม็กซิโก เคยขึ้นติดอันดับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกในปี 2550 แทนที่ Bill Gates แต่เขาอยู่ในอันดับได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับวอเรน บัฟเฟตและมาร์ค สลิมใช้เวลาหลังเสร็จภารกิจจากงานกับลูกๆ และหลานของเขา เขายังคงขับรถไปไหนมาเองและซื้อเสื้อผ้าจากร้านที่เขาเองก็เป็นเจ้าของแบรนด์นั้นJohn Cauldwellมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เจ้าของธุรกิจมือถือชื่อดังอย่าง Phones 4u เขาเริ่มต้นธุรกิจอย่างลำบาก และเมื่อถึงวันหนึ่งที่เขามีทุกอย่างพร้อม เขาก็ซื้อทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ เรือยอรช์หรือแม้กระทั่งรถหรู แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็คิดได้แล้วเลือกกลับมาใช้ชีวิตสมถะอย่างแต่ก่อน แม้ว่าคูดเวลมีจะความความมั่งคั่งสุทธิ (Net Worth) กว่า $2.4 billion แต่เขาเลือกที่จะตัดผมด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าค่าตัดผมแต่ละทีก็หลายบาท ก็ตัดเองซะเองเลย เสื้อผ้าก็ใช้จากแบรนด์ประจำชาติอังกฤษอย่าง Marks and Spencer และแทนที่นั่งรถ Bentley สุดหรูพร้อมคนขับ คูดเวลก็เลือกที่จะเดินทางไปที่ต่างๆ ด้วยจักรยานแทนขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก investopedia.comเครดิตรูปภาพ: รูปภาพหน้าปก / รูปประกอบที่ 1/ รูปประกอบที่ 2 / รูปประกอบที่ 3 / รูปประกอบที่ 4
Simply Money • 4 มิ.ย. 63
อ่าน
"Jackson Wang" จับมือ Billionaire Boys Club เปิดตัว "Life is a Race" เท่สุดแรง!
TEAM WANG design แบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งโดยศิลปินและแฟชั่นไอคอนระดับโลกอย่าง แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang) ประกาศความร่วมมือครั้งล่าสุดกับ Billionaire Boys Club แบรนด์ชื่อดังระดับโลกที่ก่อตั้งโดย Pharrell Williams ภายใต้คอลเลกชั่นใหม่ในชื่อ Life is a Race ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ต ถ่ายทอดความเร็ว ความแม่นยำ และการแสดงตัวตน ผ่านปรัชญาการออกแบบที่ผสานความเรียบง่ายเข้ากับความทะเยอทะยานอย่างกลมกลืน "Jackson Wang" จับมือ Billionaire Boys Club เปิดตัว "Life is a Race" เท่สุดแรง! นี่ถือเป็นครั้งที่สองที่ แจ็คสัน หวัง และหนึ่งในโปรเจกต์ธุรกิจสร้างสรรค์ของ Pharrell Williams ได้กลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง หลังจากที่เคยเปิดตัวแคมเปญ TEAM JOOPITER ร่วมกันในเดือนมิถุนายน ปี 2024 บนแพลตฟอร์มประมูลดิจิทัล JOOPITER ของ Pharrell พร้อมจัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ที่กรุงปารีส ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังวงการแฟชั่นและวงการเพลง รวมถึงเซเลบริตี้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง คอลเลกชั่นนี้สะท้อนตัวตนของผู้ก่อตั้งอย่างชัดเจน ทั้งในด้านรูปทรงและการใช้งาน ตั้งแต่ซิลูเอตต์ไปจนถึงสุนทรียะทางดีไซน์ โดยผสมผสานซิกเนเจอร์สตรีทแวร์ของ Pharrell เข้ากับสไตล์ที่เฉียบคมและมีความกล้าในแบบของ แจ็คสัน หวัง คอลเลกชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความหลากหลายในการสวมใส่ พลิกกรอบของแฟชั่นแบบเดิมๆ ด้วยการผสานความเป็น performance-wear เข้ากับ street style อย่างไร้ข้อจำกัด เสื้อผ้าแต่ละชิ้นสามารถปรับจังหวะให้เข้ากับตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ ไม่ว่าคุณจะกำลังเร่งสปีดในเส้นทางชีวิต หรือค่อยๆ เดินตามจังหวะของตัวเอง เช่นเดียวกับนักแข่งรถที่มีสไตล์เฉพาะตัว ทุกคนต่างก็มีวิธีขับเคลื่อนชีวิตในแบบของตัวเอง และเสื้อผ้าของคุณก็ควรเคลื่อนไปพร้อมกับคุณด้วยเช่นกัน โดย แจ็คสัน หวัง กล่าวว่า Life is a Race ถ่ายทอดความย้อนแย้งของชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ผู้คนเร่งเดินหน้าฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ชัยชนะที่แท้จริงกลับไม่ได้วัดจากเส้นชัย หากแต่อยู่ที่การกำหนดจังหวะชีวิตของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะชื่นชมทุกช่วงของการเดินทาง แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในทุกองค์ประกอบของคอลเลกชั่น ผ่านซิลูเอตต์และดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ต ผสมผสานพลัง ความเร็ว และเส้นสายที่เฉียบคม เข้ากับความหมายเชิงสัญลักษณ์ของการเดินทางอย่างมีสไตล์ สำหรับ Hero Piece ของคอลเลกชั่นนี้ คือ แจ็กเก็ตวาร์ซิตี้โทนสีเดียว ขณะที่ Key Items อย่าง แจ็กเก็ตสไตล์ไบค์เกอร์, เสื้อยืดลายเด่น และแอคเซสซอรีสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในด้านดีไซน์และโทนสีใช้สีดำเป็นแกนหลัก เสริมด้วยดีเทลผิวสัมผัสแบบเงา โทนสีเงิน และความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดอย่างประณีต โดยจะวางจำหน่ายทั่วโลกผ่านทางเว็บไซต์ทางการของ TEAM WANG design ทาง teamwangdesign.com เว็บไซต์ของ Billionaire Boys Club ทาง billionaireboysclub.com รวมถึงผ่านโปรแกรม Mini Program บน WeChat ของ TEAM WANG design ด้วยเช่นกัน นอกจากคอลเลกชั่นหลักแล้ว ยังมีไอเท็มพิเศษจากความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง JOOPITER x Billionaire Boys Club x TEAM WANG design ได้แก่ เสื้อยืด แจ็กเก็ตไบค์เกอร์ และฮู้ดดี้ ที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งจะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ทางการของ TEAM WANG design, โปรแกรม WeChat Mini Program และที่เว็บไซต์ JOOPITER.com
ข่าวบันเทิง • 24 มิ.ย. 68
ดูเพิ่มเติม